ธรรมนานัตตญาณนิทเทส
เล่มที่ ๓๑ · ข้อ ๑๗๗ · บรรทัด ๒๐๕๑
อ่านเนื้อความ
ตัวบทข้างล่างคัดมาจาก 84000.org ตามตำแหน่งที่ระบุไว้ข้างบน สลับฉบับได้จากปุ่ม ส่วนอรรถกถาและฉบับมหาจุฬาฯ อยู่ที่ต้นทาง
[๑๗๗] ปัญญาในการกำหนดธรรม ๙ เป็นธรรมนานัตตญาณอย่างไร พระโยคาวจร ย่อมกำหนดธรรมทั้งหลายอย่างไร ย่อมกำหนดกามาวจรธรรมเป็นฝ่ายกุศล เป็นฝ่ายอกุศล เป็น ฝ่ายอัพยากฤต ย่อมกำหนดรูปาวจรธรรมเป็นฝ่าย กุศล เป็นฝ่ายอัพยากฤต ย่อมกำหนดอรูปาวจร ธรรมเป็นฝ่ายกุศล เป็นฝ่ายอัพยากฤต ย่อมกำหนดโลกุตรธรรมเป็นฝ่ายกุศล เป็นฝ่ายอัพยากฤต ฯ
[๑๗๘] พระโยคาวจรย่อมกำหนดกามาวจรธรรมเป็นฝ่ายกุศล เป็นฝ่ายอกุศล เป็นฝ่าย อัพยากฤต อย่างไร ย่อมกำหนดกุศลกรรมบถ ๑๐ เป็นฝ่ายกุศลย่อมกำหนดอกุศลธรรมบถ ๑๐ เป็นฝ่ายอกุศล ย่อมกำหนดรูป วิบากและกิริยาเป็นฝ่ายอัพยากฤต พระโยคาวจรย่อมกำหนด กามาวจรธรรมเป็นฝ่ายกุศล เป็นฝ่ายอกุศล เป็นฝ่ายอัพยากฤต อย่างนี้ ฯ
[๑๗๙] พระโยคาวจรย่อมกำหนดรูปาวจรธรรมเป็นฝ่ายกุศล เป็นฝ่ายอัพยากฤต อย่างไร ย่อมกำหนดฌาน ๔ ของบุคคลผู้ยังอยู่ในโลกนี้ เป็นฝ่ายกุศล ย่อมกำหนดฌาน ๔ ของบุคคลผู้ เกิดในพรหมโลก เป็นฝ่ายอัพยากฤตพระโยคาวจรย่อมกำหนดรูปาวจรธรรมเป็นฝ่ายกุศล เป็นฝ่าย อัพยากฤต อย่างนี้ ฯ
[๑๘๐] พระโยคาวจรย่อมกำหนดอรูปาวจรธรรม เป็นฝ่ายกุศล เป็นฝ่ายอัพยากฤต อย่าง ไร ย่อมกำหนดอรูปาวจรสมาบัติ ๔ ของบุคคลผู้ยังอยู่ในโลกนี้ เป็นฝ่ายกุศล ย่อมกำหนด อรูปาวจรสมาบัติ ๔ ของบุคคลผู้เกิดในพรหมโลก เป็นฝ่ายอัพยากฤต พระโยคาวจรย่อมกำหนด อรูปาวจรธรรมเป็นฝ่ายกุศล เป็นฝ่ายอัพยากฤต อย่างนี้ ฯ
[๑๘๑] พระโยคาวจรย่อมกำหนดโลกุตรธรรม เป็นฝ่ายกุศล เป็นฝ่ายอัพยากฤต อย่าง ไร ย่อมกำหนดอริยมรรค ๕ เป็นฝ่ายกุศล ย่อมกำหนดสามัญญผล ๔ และนิพพาน เป็น ฝ่ายอัพยากฤต พระโยคาวจรย่อมกำหนดโลกุตรธรรมเป็นฝ่ายกุศล เป็นฝ่ายอัพยากฤต อย่างนี้ ฯ
[๑๘๒] ธรรมมีความปราโมทย์เป็นเบื้องต้น ๙ ประการ เมื่อพระโยคาวจรมนสิการ โดยความไม่เที่ยง ย่อมเกิดปราโมทย์ เมื่อถึงความปราโมทย์ ย่อมเกิดปีติ เมื่อใจมีปีติ กายย่อม สงบ ผู้มีกายสงบย่อมได้เสวยสุข ผู้มีความสุขจิตย่อมตั้งมั่น เมื่อจิตตั้งมั่น ย่อมรู้ย่อมเห็นตาม ความเป็นจริง เมื่อรู้เห็นตามความเป็นจริงย่อมเบื่อหน่าย เมื่อเบื่อหน่ายย่อมคลายความกำหนัด เพราะคลายความกำหนัด จิตย่อมหลุดพ้น เมื่อพระโยคาวจรมนสิการโดยความเป็นทุกข์ ย่อมเกิด ปราโมทย์ ฯลฯ เมื่อมนสิการโดยความเป็นอนัตตา ย่อมเกิดปราโมทย์ เมื่อมนสิการรูปโดยความ ไม่เที่ยง ย่อมเกิดปราโมทย์ เมื่อมนสิการรูปโดยความเป็นทุกข์ ฯลฯ เมื่อมนสิการรูปโดยความ เป็นอนัตตา ฯลฯ เมื่อมนสิการเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ จักษุ ฯลฯ ชราและมรณะ โดยความไม่เที่ยง ย่อมเกิดปราโมทย์ เมื่อมนสิการชราและมรณะโดยความเป็นทุกข์ ย่อมเกิด ปราโมทย์ เมื่อมนสิการชราและมรณะโดยความเป็นอนัตตา ย่อมเกิดปราโมทย์ เมื่อถึงความปราโมทย์ ย่อมเกิดปีติ เมื่อใจเกิดปีติ กายย่อมสงบผู้มีกายสงบย่อมได้เสวยสุข ผู้มีความสุข จิตย่อมตั้งมั่น เมื่อจิตตั้งมั่น ย่อมรู้ย่อมเห็นตามความเป็นจริง เมื่อรู้เห็นตามความเป็นจริง ย่อมเบื่อหน่ายเมื่อเบื่อหน่ายย่อมคลายความกำหนัด เพราะคลายความกำหนัด จิตย่อมหลุดพ้นธรรมมีความปราโมทย์ เป็นเบื้องต้น ๙ ประการนี้ ฯ
[๑๘๓] ธรรมมีโยนิโสมนนิการเป็นเบื้องต้น ๙ ประการ เมื่อพระโยคาวจรมนสิการ โดยอุบายอันแยบคายโดยความไม่เที่ยง ย่อมเกิดปราโมทย์เมื่อถึงความปราโมทย์ ย่อมเกิดปิติ เมื่อใจมีปิติ กายย่อมสงบ ผู้มีกายสงบย่อมได้เสวยความสุข ผู้มีความสุข จิตย่อมตั้งมั่น ย่อม รู้ชัดตามความเป็นจริงด้วยจิตอันตั้งมั่นว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินี ปฏิปทาเมื่อพระโยคาวจรมนสิการโดยอุบายอันแยบคายโดยความเป็นทุกข์ ย่อมเกิดปราโมทย์ ... เมื่อมนสิการโดยอุบายอันแยบคายโดยความเป็นอนัตตา ย่อมเกิดปราโมทย์ ฯลฯ เมื่อมนสิการรูป โดยอุบายอันแยบคาย โดยความเป็นของไม่เที่ยงย่อมเกิดปราโมทย์ เมื่อมนสิการรูปโดยอุบาย อันแยบคาย โดยความเป็นทุกข์ย่อมเกิดปราโมทย์ เมื่อมนสิการรูปโดยอุบายอันแยบคาย โดย ความเป็นอนัตตาย่อมเกิดปราโมทย์ ฯลฯ เมื่อมนสิการเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ จักษุ ฯลฯ ชราและมรณะ โดยอุบายอันแยบคาย โดยความเป็นของไม่เที่ยงย่อมเกิดปราโมทย์ เมื่อมนสิการ ชราและมรณะโดยอุบายอันแยบคาย โดยความเป็นทุกข์ ย่อมเกิดปราโมทย์ เมื่อมนสิการชราและ มรณะโดยอุบายอันแยบคายโดยความเป็นอนัตตา ย่อมเกิดปราโมทย์ เมื่อถึงความ ปราโมทย์ ย่อมเกิดปีติเมื่อใจมีปีติ กายย่อมสงบ ผู้มีกายสงบย่อมได้เสวยสุข ผู้มีความสุข จิตย่อมตั้งมั่น ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริงด้วยจิตอันตั้งมั่นว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา ธรรมอันมีโยนิโสมนสิการเป็นเบื้องต้น ๙ ประการนี้ ฯ
[๑๘๔] ความต่าง ๙ ประการ ความต่างแห่งผัสสะอาศัยความต่างแห่งธาตุเกิดขึ้น ความ ต่างแห่งเวทนาอาศัยความต่างแห่งผัสสะเกิดขึ้น ความต่างแห่งสัญญาอาศัยความต่างแห่งเวทนาเกิด ขึ้น ความต่างแห่งความดำริอาศัยความต่างแห่งสัญญาเกิดขึ้น ความต่างแห่งฉันทะอาศัยความต่าง แห่งความดำริเกิดขึ้น ความต่างแห่งความเร่าร้อน อาศัยความต่างแห่งฉันทะเกิดขึ้น ความต่าง แห่งการแสวงหาอาศัยความต่างแห่งความเร่าร้อนเกิดขึ้น ความต่างแห่งการได้ (รูปเป็นต้น) อาศัย ความต่างแห่งการแสวงหาเกิดขึ้น ความต่าง ๙ ประการนี้ ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะอรรถว่ารู้ชัด เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่าปัญญาในการกำหนดธรรม ๙ ประการ เป็นธรรมนานัตตญาณ ฯ
ฉบับหลวง เล่มที่ ๓๑ ข้อ ๑๗๗ หน้าที่ ๖๖ · ที่มา 84000.org
อรรถกถาของเล่มนี้ค้นได้ด้วย ⌘K แต่ไม่ได้พิมพ์ไว้ตรงนี้ เพราะสิ่งที่เก็บไว้เป็นอรรถกถาของทั้งเล่ม ไม่ใช่ของหัวข้อนี้โดยเฉพาะ — กดปุ่มอรรถกถาข้างล่างเพื่อไปยังจุดที่ตรงกับหัวข้อนี้ที่ 84000.org
หัวข้ออื่นใน๑. ญาณกถา
- สุตมยญาณกถาข้อ ๑ · บรรทัด ๙๕
- อภิญเญยยนิทเทสข้อ ๒ · บรรทัด ๑๐๕
- สัจนิทเทสข้อ ๑๐ · บรรทัด ๑๖๐
- ทุติยภาณวารข้อ ๓๐ · บรรทัด ๓๐๕
- ตติยภาณวาร - ปริญเญยยนิทเทสข้อ ๕๖ · บรรทัด ๔๕๖
- ตติยภาณวาร - ปหาตัพพนิทเทสข้อ ๖๔ · บรรทัด ๕๑๕
- จตุตถภาณวาร - ภาเวตัพพนิทเทสข้อ ๖๗ · บรรทัด ๕๕๙
- สัจฉิกาตัพพนิทเทสข้อ ๗๗ · บรรทัด ๗๒๑
- ลักขณัตติกนิทเทสข้อ ๗๙ · บรรทัด ๘๐๐
- ทุกขสัจนิทเทสข้อ ๘๐ · บรรทัด ๘๑๔
- สมุทยสัจนิทเทสข้อ ๘๓ · บรรทัด ๘๘๓
- นิโรธสัจนิทเทสข้อ ๘๔ · บรรทัด ๘๙๘
- มัคคสัจนิทเทสข้อ ๘๕ · บรรทัด ๙๐๖
- สีลมยญาณนิทเทสข้อ ๘๖ · บรรทัด ๙๕๑
- สมาธิภาวนามยญาณนิทเทสข้อ ๙๒ · บรรทัด ๑๐๘๘
- ธรรมฐิติญาณนิทเทสข้อ ๙๔ · บรรทัด ๑๑๓๐
- สัมมสนญาณนิทเทสข้อ ๙๙ · บรรทัด ๑๒๑๙
- อุทยัพพยญาณนิทเทสข้อ ๑๐๓ · บรรทัด ๑๒๖๗
- ภังคานุปัสสนาญาณนิทเทสข้อ ๑๑๒ · บรรทัด ๑๓๖๐
- อาทีนวญาณนิทเทสข้อ ๑๑๕ · บรรทัด ๑๓๙๔
- สังขารุเปกขาญาณนิทเทสข้อ ๑๒๐ · บรรทัด ๑๔๓๔
- โคตรภูญาณนิทเทสข้อ ๑๓๖ · บรรทัด ๑๕๘๔
- มรรคญาณนิทเทสข้อ ๑๔๓ · บรรทัด ๑๖๔๖
- ผลญาณนิทเทสข้อ ๑๔๘ · บรรทัด ๑๖๙๘
- วิมุตติญาณนิทเทสข้อ ๑๕๒ · บรรทัด ๑๗๓๓
- ปัจจเวกขณญาณนิทเทสข้อ ๑๕๓ · บรรทัด ๑๗๔๑
- วัตถุนานัตตญาณนิทเทสข้อ ๑๖๐ · บรรทัด ๑๘๑๕
- โคจรนานัตตญาณนิทเทสข้อ ๑๖๓ · บรรทัด ๑๘๖๔
- จริยานานัตตญาณนิทเทสข้อ ๑๖๕ · บรรทัด ๑๙๑๒
- ภูมินานัตตญาณนิทเทสข้อ ๑๗๑ · บรรทัด ๒๐๒๙
- ญาณปัญจกนิทเทสข้อ ๑๘๕ · บรรทัด ๒๑๑๙
- ปฏิสัมภิทาญาณนิทเทสข้อ ๑๘๖ · บรรทัด ๒๑๓๐
- ญาณัตตยานิทเทสข้อ ๒๐๒ · บรรทัด ๒๒๓๔
- อานันตริกสมาธิญาณนิทเทสข้อ ๒๑๑ · บรรทัด ๒๓๒๘
- อรณวิหารญาณนิทเทสข้อ ๒๑๕ · บรรทัด ๒๔๐๖
- นิโรธสมาปัตติญาณนิทเทสข้อ ๒๑๗ · บรรทัด ๒๔๓๑
- ปรินิพพานญาณนิทเทสข้อ ๒๒๖ · บรรทัด ๒๕๐๓
- สมสีสัฏฐญาณนิทเทสข้อ ๒๒๗ · บรรทัด ๒๕๒๑
- สัลเลขัฏฐญาณนิทเทสข้อ ๒๓๓ · บรรทัด ๒๕๖๔
- วีริยารัมภญาณนิทเทสข้อ ๒๓๗ · บรรทัด ๒๕๙๗
- อัตถสันทัสนญาณนิทเทสข้อ ๒๓๙ · บรรทัด ๒๖๑๕
- ทัสนวิสุทธิญาณนิทเทสข้อ ๒๔๒ · บรรทัด ๒๖๓๔
- ขันติญาณปริโยคาหณญาณนิทเทสข้อ ๒๔๓ · บรรทัด ๒๖๕๙
- ปเทสวิหารญาณนิทเทสข้อ ๒๔๕ · บรรทัด ๒๖๗๗
- วิวัฏฏญาณฉักกนิทเทสข้อ ๒๔๖ · บรรทัด ๒๗๐๐
- อิทธิวิธญาณนิทเทสข้อ ๒๕๓ · บรรทัด ๒๗๙๗
- โสตธาตุวิสุทธิญาณนิทเทสข้อ ๒๕๔ · บรรทัด ๒๘๒๒
- เจโตปริยญาณนิทเทสข้อ ๒๕๕ · บรรทัด ๒๘๓๘
- บุพเพนิวาสานุสติญาณนิทเทสข้อ ๒๕๖ · บรรทัด ๒๘๕๙
- ทิพจักขุญาณนิทเทสข้อ ๒๕๗ · บรรทัด ๒๘๘๗
- อาสวักขยญาณนิทเทสข้อ ๒๕๘ · บรรทัด ๒๙๐๗
- สัจญาณจตุกทวยนิทเทสข้อ ๒๖๔ · บรรทัด ๒๙๗๐
- สุทธิกปฏิสัมภิทาญาณนิทเทสข้อ ๒๖๘ · บรรทัด ๓๐๐๑
- อินทริยปโรปริยัตตญาณนิทเทสข้อ ๒๖๙ · บรรทัด ๓๐๓๕
- อาสยานุสยญาณนิทเทสข้อ ๒๗๗ · บรรทัด ๓๐๗๙
- ยมกปาฏิหาริยญาณนิทเทสข้อ ๒๘๔ · บรรทัด ๓๑๓๐
- มหากรุณาสมาปัตติญาณนิทเทสข้อ ๒๘๕ · บรรทัด ๓๑๖๔
- สัพพัญญุตญาณนิทเทสข้อ ๒๘๖ · บรรทัด ๓๒๔๘
- ๒. ทิฐิกถาข้อ ๒๙๔ · บรรทัด ๓๓๓๒
- ๓. อานาปาณกถาข้อ ๓๖๒ · บรรทัด ๔๐๗๐
- ๔. อินทรียกถาข้อ ๔๒๓ · บรรทัด ๕๒๐๐
- ๕. วิโมกขกถาข้อ ๔๖๙ · บรรทัด ๖๑๘๖
- ๖. คติกถาข้อ ๕๑๗ · บรรทัด ๗๑๒๖
- ๗. กรรมกถาข้อ ๕๒๓ · บรรทัด ๗๒๓๘
- ๘. วิปัลลาสกถาข้อ ๕๒๕ · บรรทัด ๗๒๗๔
- ๙. มรรคกถาข้อ ๕๒๗ · บรรทัด ๗๓๑๑
- ๑๐. มัณฑเปยยกถาข้อ ๕๓๐ · บรรทัด ๗๓๗๓