ส่วนในจตุกนัยนี้พึงนำวิตกวิจารออกไป แล้วประกอบส่วนที่เหลือ เพราะทุติยฌานไม่มีวิตกวิจาร. สมาบัติที่ภิกษุอยู่ในที่ที่ใกล้มรรคซึ่งภิกษุออกจากฌานเป็นบาทอย่างนี้แล้วพิจารณาสังขารอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วทำให้เกิดขึ้น ย่อมทำสมาบัติเช่นกับตน เช่นเดียวกับเหี้ยทำสีให้เหมือนสีพื้นดินฉะนั้น.

ในวาทะของพระเถระรูปที่ ๒ มีอยู่ว่า มรรคย่อมเป็นเช่นกับสมาบัติที่ภิกษุออกแล้วพิจารณาถึงธรรมในสมาบัติเกิดขึ้น. แม้ในวาทะของพระเถระนั้นพึงทราบวิปัสสนานิยม โดยนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล.

ในวาทะของพระเถระรูปที่ ๓ มีว่า มรรคเป็นเช่นกับฌานที่ทำให้เป็นบาท ตามสมควรแก่อัธยาศัยของตนแล้ว พิจารณาธรรมในฌานเกิดขึ้น. ฌานนั้นเว้นฌานเป็นบาท หรือฌานที่พิจารณาแล้ว ย่อมไม่สำเร็จโดยเพียงอัธยาศัยเท่านั้น.

อนึ่ง แม้ในวาทะของพระเถระนี้ก็พึงทราบวิปัสสนานิยม โดยนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล.

เล่มที่ ๓๑ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค๑,๐๖๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “มัคคสัจนิทเทส”