อนึ่ง ท่านกล่าวถึงอริยสัจ ๔ ด้วยสามารถแห่งตัณหาวัตถุ ตัณหา ตัณหานิโรธและอุบายดับตัณหา, และความอาลัย ยินดีในความอาลัย ถอนความอาลัยและอุบายในการถอนความอาลัย, อันควรกำหนดรู้ ควรละ ควรทำให้แจ้งและควรทำให้เกิด.
อนึ่ง ในอริยสัจนี้ ท่านกล่าวทุกขสัจเป็นข้อที่ ๑ เพราะทุกขสัจ รู้ได้ง่าย เพราะเป็นของหยาบ และเพราะเป็นของทั่วไปแก่สัตว์ทั้งปวง. เพื่อแสดงถึงเหตุแห่งทุกขสัจนั้น ท่านจึงกล่าวสมุทยสัจในลำดับต่อไป, เพื่อให้รู้ว่าการดับผลได้ เพราะดับเหตุ จึงกล่าวนิโรธสัจต่อจากนั้น, เพื่อแสดงอุบายให้บรรลุนิโรธสัจนั้นจึงกล่าวมรรคสัจ ในที่สุด.
อีกอย่างหนึ่ง ท่านกล่าวถึงทุกขสัจก่อนเพื่อให้เกิดความสังเวชแก่สัตว์ทั้งหลายผู้ถูกมัดด้วยความพอใจในความสุขในภพ ทุกข์นั้นบุคคลไม่ทำแล้วย่อมไม่มาถึง, ย่อมไม่มีโดยไม่ถือตัวว่าเป็นใหญ่เป็นต้น, แต่ย่อมมีได้โดยเหตุนี้ เพื่อให้รู้ดังนี้ ท่านจึงกล่าวสมุทยสัจในลำดับจากทุกขสัจนั้น เพื่อให้เกิดความปลอดโปร่งใจ ด้วยการเห็นอุบายสลัดออกของผู้แสวงหาอุบายสลัดออกจากทุกข์ มีความสลดใจ เพราะถูกทุกข์พร้อมด้วยเหตุครอบงำ ท่านจึงกล่าวนิโรธสัจต่อจากนั้น, จากนั้นเพื่อบรรลุนิโรธ ท่านจึงกล่าวมรรคอันให้ถึงนิโรธ.
นี้เป็นลำดับของอริยสัจเหล่านั้น ด้วยประการฉะนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที