โส ตโต อารกา นาม ยสฺส เยนาสมงฺคิตา อสมงฺคี จ โทเสหิ นาโถ เตนารหํ มโต. พระตถาคตเจ้าผู้เป็นนาถะ ไม่ถูกกิเลสกลุ้มรุม และไม่ประกอบด้วยโทษ คือวาสนาทั้งหลาย ชื่อว่า ทรงไกลจากกิเลส และโทษเหล่านั้น เพราะเหตุนั้น บัณฑิตจึงกล่าวว่า อรหํ เป็นพระอรหันต์. อนึ่ง พระตถาคตเจ้าทรงกำจัดข้าศึกคือกิเลสเหล่านั้น ด้วยมรรค เพราะเหตุนั้น บัณฑิตจึงขนานพระนามว่า อรหํ เพราะทรงกำจัดข้าศึกคือกิเลสทั้งหลายบ้าง.

ยสฺมา ราคาทิสงฺขาตา สพฺเพปิ อรโย หตา ปญฺญาสตฺเถน นาเถน ตสฺมาปิ อรหํ มโต. เพราะพระนาถะทรงกำจัดข้าศึก คือกิเลสมีราคะ เป็นต้น แม้ทั้งหมดด้วยศัสตราคือปัญญา เพราะฉะนั้น บัณฑิตจึงทราบว่า อรหํ เป็นพระอรหันต์. อนึ่ง สังสารจักร - ล้อคือสงสารมีดุมสำเร็จด้วยอวิชชาและภวตัณหา มีเครื่องตกแต่งคือบุญเป็นต้นเป็นซี่ล้อ มีชราและมรณะเป็นกงเจาะสอดไว้ด้วยเพลาคือเหตุเกิดอาสวะ ประกอบในรถคือภพ ๓ เป็นไปโดยกาลอันไม่มีเบื้องต้น,

พระตถาคตประดิษฐานบนแผ่นดินคือศีล ด้วยพระบาทคือวีริยะ ณ โพธิมณฑล ทรงถือขวานคือญาณ กระทำกรรมให้สิ้นไปด้วยพระหัตถ์คือศรัทธา แล้วทรงกำจัดซี่ล้อทั้งหมดแห่งสังสารจักรนั้น เพราะเหตุนั้น จึงทรงพระนามว่า อรหํ เป็นพระอรหันต์ เพราะกำจัดซี่ล้อทั้งหลาย. นี้เป็นนัยที่ ๒.

บัณฑิตกล่าวนัยที่ ๓ ว่า

เล่มที่ ๓๑ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค๑,๑๖๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “สีลมยญาณนิทเทส”