อทินนาทานเป็นเวทนา ๓. เพราะอทินนาทานนั้นเป็นสุขเวทนาแก่ผู้เห็นภัณฑะของผู้อื่นแล้วรื่นเริงดีใจฉวยเอาไป, เป็นทุกขเวทนาแก่ผู้ฉวยเอาไป มีความหวาดกลัว.

อนึ่ง เมื่อพิจารณาวิบากและผลที่หลั่งไหลมาก็เป็น อทุกขมสุขเวทนา แก่ผู้ที่ถือเอาตั้งอยู่ในความเป็นกลางในเวลาฉวยเอาไป. มิจฉาจารมีเวทนา ๒ ด้วยสามารถแห่งสุขเวทนา และความเป็นกลาง, เวทนาในความเป็นกลาง ย่อมไม่มีในจิตที่ตกลงทำ.

มุสาวาทมีเวทนา ๓ โดยนัยดังกล่าวแล้ว ในอทินนาทานนั่นแล, ปิสุณาวาจาก็อย่างนั้น. ผรุสาวาจาเป็นทุกขเวทนา.

สัมผัปปลาปะมีเวทนา ๓. เมื่อผู้อื่นให้สาธุการยกผ้าเป็นต้นขึ้นโบกผู้นั้นมีสุขเวทนาในเวลากล่าวมีเรื่องชิงนางสีดาและภารตยุทธ์เป็นต้นของผู้รื่นเริงยินดี, เมื่อคนหนึ่งผู้ให้สินจ้างไว้ก่อนแล้ว แต่มาภายหลังกล่าวว่า ท่านจงเล่าตั้งแต่ต้นเถิด เขาย่อมมีทุกขเวทนาในเวลากล่าวของผู้ที่เกิดโทมนัสว่า เราจักกล่าวเรื่องเบ็ดเตล็ดติดต่อกันไปไม่ให้มีเหลือหรือจักไม่กล่าวหนอ. ย่อมเป็นอทุกขมสุขเวทนาแก่ผู้กล่าวเป็นกลางๆ.

เล่มที่ ๓๑ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค๑,๒๑๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “สีลมยญาณนิทเทส”