บทว่า ตโย อุปฏฺฐาเน กุสลตา ความเป็นผู้ฉลาด ความปรากฏ ๓ ประการ ได้แก่เพราะความเป็นผู้ฉลาดในความปรากฏ ๓ ประการนี้ คือโดยความสิ้นไป โดยความเสื่อมไปและโดยความสูญไป.

บทว่า นานาทิฏฺฐีสุ น กมฺปติ - ย่อมไม่หวั่นในทิฏฐิต่างๆ คือไม่หวั่นไหวในทิฏฐิมีประการต่างๆ มีสัสสตทิฏฐิเป็นต้น.

พระโยคาวจรนั้นมิได้หวั่นไหวอยู่อย่างนี้ มีมนสิการเป็นไปแล้วว่า สิ่งไม่ดับย่อมดับ สิ่งไม่แตกย่อมแตกดังนี้ ก็สละนิมิตอันเป็นไปแล้วในอุปาทะฐิติแห่งสังขารทั้งปวง ดุจภาชนะเก่ากำลังแตก, ดุจธุลีละเอียดกำลังกระจัดกระจาย, ดุจเมล็ดงาถูกคั่วอยู่ ย่อมเห็นความทำลายนั่นเอง.

พระโยคาวจรนั้นย่อมเห็นว่า สังขารทั้งหลายทั้งปวงย่อมทำลายไป ทำลายไปเหมือนบุรุษผู้มีตาดียืนอยู่บนฝั่งสระโบกขรณีหรือบนฝั่งแม่น้ำ เมื่อฝนหนาเม็ดตก พึงเห็นฟองน้ำฟองใหญ่ๆ ผุดขึ้นๆ บนหลังน้ำแล้วก็แตกไป ฉะนั้น.

เล่มที่ ๓๑ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค๑,๓๘๗

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “ภังคานุปัสสนาญาณนิทเทส”