หากภิกษุนี้ปรารถนาว่าแผ่นดินจงเป็นน้ำแก่ชนเหล่านั้นเถิด ก็ย่อมเป็นทีเดียว. ครั้นล่วงเลยกาลที่กำหนดไว้ที่ที่กำหนดไว้ที่เหลือเว้นน้ำในหม้อและในสระเป็นต้น ตามปกติก็ย่อมเป็นแผ่นดินได้.

ในบทนี้ว่า อุทเกปิ อภิชฺชมาเน คจฺฉติ - เดินไปบนน้ำไม่แยกก็ได้ มีอธิบายดังต่อไปนี้.

ท่านกล่าวน้ำที่เหยียบแล้วจมว่า ภิชฺชมานํ คือ น้ำแยก. น้ำตรงกันข้ามไม่แยก. ภิกษุประสงค์จะไปอย่างนี้ เข้าปฐวีกสิณ ครั้นออกแล้วกำหนดว่า ขอน้ำจงเป็นแผ่นดินในที่ประมาณเท่านี้เถิดแล้วทำบริกรรม พึงอธิฏฐานโดยนัยดังกล่าวแล้วนั่นแหละ. น้ำย่อมเป็นแผ่นดินในที่ตามที่กำหนดพร้อมด้วยอธิฏฐาน.

ภิกษุนั้นเดินไปบนน้ำนั้นดุจเดินไปบนแผ่นดิน. มิใช่เดินไปอย่างเดียว. ยังให้สำเร็จอิริยาบถที่ปรารถนาได้. มิใช่ทำให้เป็นแผ่นดินได้อย่างเดียวเท่านั้น. ยังนึกอธิฏฐานสิ่งที่ปรารถนาเป็นต้นว่า แก้วมณี ทองคำ ภูเขาและต้นไม้ โดยนัยดังกล่าวแล้วได้อีกด้วย. ย่อมเป็นไปตามที่อธิฏฐานนั่นแหละ. น้ำนั้นย่อมเป็นแผ่นดินแก่ภิกษุนั้นเท่านั้น. ย่อมเป็นน้ำแก่ชนที่เหลือ. ปลาและเต่าและกาน้ำเป็นต้น ย่อมเที่ยวไปได้ตามความพอใจ. หากว่าภิกษุนี้ปรารถนาจะทำแผ่นดินนั้นแก่มนุษย์ทั้งหลายอื่น ก็ย่อมทำได้. แต่ย่อมเป็นน้ำโดยล่วงเลยกาลตามที่กำหนดไว้.

เล่มที่ ๓๑ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค๑,๗๖๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “อิทธิวิธญาณนิทเทส”