เอกํ น เอกโต อิธ นาเนกมเนกโตปิ โน เอกํ ผลมตฺถิ อตฺถิ ปน เอกเหตุผลทีปเน อตฺโถ. ในโลกนี้ ผลอย่างเดียว ย่อมมีเพราะเหตุอย่างเดียวก็หาไม่ ผลหลายอย่าง ย่อมมีเพราะเหตุอย่างเดียวก็หาไม่ ผลอย่างเดียว ย่อมมีเหตุหลายอย่างก็หาไม่ แต่ประโยชน์ในการแสดงเหตุและผลแต่ละอย่างมีอยู่.

จริงอยู่ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงเหตุและผลอย่างเดียวเท่านั้น โดยความสมควรแก่ความเหมาะสมแห่งเทศนา และแก่เวไนยสัตว์ เพราะเป็นประธานในที่ทุกแห่ง เพราะปรากฏในที่ทุกแห่ง. เพราะทั่วไปในที่ทุกแห่ง.

ฉะนั้น พึงทราบว่า อวิชชาในที่นี้ แม้เมื่อเป็นเหตุแห่งสังขารอันมีวัตถุเป็นอารมณ์ และธรรมเกิดร่วมกันเป็นต้นเหล่าอื่น ท่านก็แสดงโดยความเป็นเหตุแห่งสังขารทั้งหลาย เพราะความเป็นประธานในบทว่า อวิชชาเป็นเหตุแห่งเหตุของสังขารมีตัณหาเป็นต้น แม้เหล่าอื่นเพราะบาลีว่า ๑- อสฺสาทานุปสฺสิโน ตณฺหา ปวฑฺฒติ - ตัณหาย่อมเจริญแก่ผู้เห็นความชื่นชม.

และว่า ๒- อวิชฺชา สมุทยา อาสวสมุทโย - เพราะอวิชชาเป็นสมุทัย อาสวะจึงเกิด. เพราะปรากฏในพระบาลีว่า อวิทฺวา ภิกฺขเว อวิชฺชาคโต ปุญฺญาภิสงฺขารมฺปิ อภิสงฺขโรติ - ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ไม่รู้ไปสู่อวิชชา ย่อมปรุงแต่งแม้ปุญญาภิสังขาร และเพราะความไม่ทั่วไป. ____________________________ ๑- สํ. นิ. เล่ม ๑๖/ข้อ ๑๙๗ ๒- ม. มู. เล่ม ๑๒/ข้อ ๑๓๐

เล่มที่ ๓๑ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค๑,๗๙๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “บุพเพนิวาสานุสติญาณนิทเทส”