อนึ่ง เดียรถีย์ทั้งหลายระลึกได้ลำดับขันธ์เท่านั้น พ้นลำดับไปแล้วไม่สามารถระลึกถึงจุติและปฏิสนธิได้. เดียรถีย์เหล่านั้นระลึกได้ไม่พ้นลำดับขันธ์ เหมือนคนตาบอดไม่ปล่อยไม้เท้าเดินไปฉะนั้น.

สาวกธรรมดาระลึกได้แม้ตามลำดับขันธ์ ย่อมก้าวไปถึงจุติปฏิสนธิ. มหาสาวก ๘๐ รูป ก็อย่างนั้น. ส่วนอัครสาวกทั้งสองไม่มีกิจต้องระลึกตามลำดับขันธ์คือเห็นจุติของอัตภาพหนึ่งแล้ว แล้วย่อมเห็นปฏิสนธิด้วย ย่อมก้าวเลยไปถึงจุติและปฏิสนธิอย่างนี้ คือครั้นเห็นจุติของคนอื่นอีก ก็ย่อมเห็นปฏิสนธิด้วย. พระปัจเจกพุทธเจ้าก็เหมือนกัน.

ส่วนพระพุทธเจ้าทั้งหลายไม่มีกิจต้องระลึกตามลำดับขันธ์ ไม่มีกิจต้องระลึกก้าวไปถึงจุติปฏิสนธิ เพราะว่า พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงปรารถนาฐานะใดๆ ข้างล่าง คือ ล่วงแล้วก็ดี ข้างบนคืออนาคตก็ดี ในโกฏิกัปไม่น้อยฐานะนั้นๆ ย่อมปรากฏได้ทีเดียว. เพราะฉะนั้น พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงย่อโกฏิกัปแม้ไม่น้อย แล้วปรารถนาฐานะใดๆ ทรงก้าวเข้าไปในฐานะนั้นๆ ด้วยสามารถแห่งการก้าวไปของพระพุทธเจ้าผู้สีหะ. ญาณของพระพุทธเจ้าเหล่านั้นไปอยู่อย่างนี้ ไม่ติดขัดในชาติในระหว่างๆ ย่อมถือเอาฐานะที่ปรารถนาแล้วๆ .

ก็บรรดาชนทั้ง ๖ เหล่านี้ระลึกถึงชาติก่อนอยู่ การเห็นชาติก่อนของพวกเดียรถีย์ ย่อมปรากฏเช่นกับแสงหิ่งห้อย. ของสาวกธรรมดาเช่นกับแสงประทีป. ของมหาสาวกเช่นกับแสงคบเพลิง. ของพระอัครสาวกเช่นกับรัศมีดาวประกายพรึก. ของพระปัจเจกพุทธเจ้าเช่นกับรัศมีพระจันทร์. ของพระพุทธเจ้าย่อมปรากฏเช่นกับมณฑลพระอาทิตย์ในสรทกาล ๕- ประดับด้วยรัศมีพันดวง. ____________________________ ๕- ฤดูใบไม้ร่วง หรือฤดูสารท คือเทศกาลทำบุญเดือนสิบ.

เล่มที่ ๓๑ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค๑,๘๑๘

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “บุพเพนิวาสานุสติญาณนิทเทส”