เหมือนอย่างบุรุษผู้มีกำลังตัดต้นไม้ใหญ่ เพื่อประโยชน์แก่ช่อฟ้าเรือนยอด แม้ไม่สามารถจะตัดต้นไม้ใหญ่ด้วยคมขวานอันทื่อ โดยเพียงตัดกิ่งและใบเท่านั้น อย่าทอดธุระควรไปโรงช่างเหล็กให้ลับขวานให้คมแล้วกลับมาตัดใหม่. เมื่อขวานไม่คมอีก ก็ควรให้ช่างเหล็กลับอีกแล้วพึงตัด. บุรุษนั้นเมื่อตัดอยู่อย่างนี้ ในไม่ช้าก็จะโค่นต้นไม้ใหญ่ลงได้ เพราะเมื่อตัดได้แล้วๆ ก็ไม่มีต้นไม้ควรตัดอีก และเพราะต้นไม้ที่จะตัดไม่มีแล้ว ฉะนั้น.

ญาณที่เป็นไปเพราะทำนามรูปให้เป็นอารมณ์ ตั้งแต่การนั่งลงครั้งสุดท้ายจนถึงปฏิสนธิ ไม่ชื่อว่าบุพเพนิวาสญาณ แต่ญาณนั้นชื่อว่าบริกรรมสมาธิญาณ.

อาจารย์พวกหนึ่งกล่าวว่า ญาณนี้เป็นอตีตังสญาณบ้าง. คำนั้นหมายถึงรูปาวจร เพราะอตีตังสญาณเป็นรูปาวจร จึงไม่ถูก.

ก็ในกาลใด มโนทวาราวัชชนะก้าวล่วงปฏิสนธิของภิกษุนั้นแล้ว ทำนามรูปอันเป็นไปแล้วในขณะจุติให้เป็นอารมณ์เกิดขึ้นแล้ว อัปปนาจิตย่อมเกิดขึ้นโดยนัยดังกล่าวแล้ว ในตอนก่อน. ในกาลนั้น ญาณอันสัมปยุตด้วยจิตนั้นของภิกษุนั้น ชื่อว่าบุพเพนิวาสานุสติญาณ. ภิกษุย่อมระลึกถึงชาติก่อนด้วยสติอันสัมปยุตด้วยญาณนั้น.

เล่มที่ ๓๑ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค๑,๘๒๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “บุพเพนิวาสานุสติญาณนิทเทส”