เหมือนอย่างว่า เมื่อข้าวฟ่างเดือดเกิดฟอง ด้วยการคนครั้งเดียวเท่านั้น. บางฟองก็เป็นเนินๆ คล้ายสถูป. บางฟองก็เป็นลุ่มๆ. บางฟองก็เสมอๆ ฉันใด. ในที่เป็นเนินๆ คล้ายสถูปก็เป็นภูเขา. ในที่ลุ่มๆ ก็เป็นมหาสมุทร. ในที่เสมอๆ ก็เป็นเกาะ.
ครั้นเมื่อสัตว์เหล่านั้นบริโภคง้วนดิน บางพวกก็มีผิวงาม บางพวกก็มีผิวไม่งามตามลำดับ.
ในสองพวกนั้น พวกที่มีผิวงามก็ดูหมิ่นพวกมีผิวไม่งาม เพราะการดูหมิ่นของสัตว์เหล่านั้นเป็นปัจจัย ง้วนดินก็หายไป. ปรากฏเป็นกะปิดิน.
ครั้นแล้วกะปิดินของสัตว์ทั้งหลายนั้นหายไป โดยนัยนั้นก็ปรากฏเป็นเครือดิน. แม้เครือดินนั้นก็หายไปโดยนัยนั้น. ก็ปรากฏ เป็นข้าวสาลี ไม่ใช้ฟืนหุง ไม่มีรำ ไม่มีแกลบ บริสุทธิ์ มีกลิ่นหอม มีผลเป็นข้าวสาร. แต่นั้น ภาชนะย่อมเกิดแก่สัตว์เหล่านั้น. สัตว์เหล่านั้นวางข้าวสาลีบนภาชนะ แล้วตั้งไว้บนแผ่นหิน. เปลวไฟเกิดขึ้นเองหุงข้าวสาลีนั้น. ข้าวสุกนั้นเหมือนดอกมะลิตูม. ไม่ต้องทำแกงหรือผักแห่งข้าวสาลีนั้น. ปรารถนาจะบริโภครสใดๆ ก็มีรสนั้นๆ ให้บริโภค. เมื่อสัตว์เหล่านั้นบริโภคอาหารหยาบ ตั้งแต่นั้นมูตรและกรีสก็เกิด.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที