บทว่า อนฺตวา - โลกมีที่สุด คือทิฏฐิเป็นไปโดยอาการของการถือเอาว่าโลกมีที่สุดของผู้ถือรูปธรรมและอรูปธรรมในภายในสมาบัติของผู้เข้ากสิณได้เล็กน้อยประมาณเท่ากระด้ง หรือประมาณเท่าถ้วยว่า โลกนั่นแหละมีที่สุดด้วยการกำหนดกสิณ. ทิฏฐินั้นเป็นสัสสตทิฏฐิบ้าง อุจเฉททิฏฐิบ้าง. ทิฏฐิอันเป็นไปโดยอาการถือเอาว่า โลกไม่มีที่สุดของผู้ถือรูปธรรมและอรูปธรรมอันเป็นไปแล้วในภายในสมาบัติ ของผู้เข้ากสิณนั้น ผู้ได้กสิณไพบูลย์ว่า โลกแลไม่มีที่สุดด้วยกำหนดกสิณ. ทิฏฐินั้นเป็นสัสสตทิฏฐิบ้าง เป็นอุจเฉททิฏฐิบ้าง.
บทว่า ตํ ชีวํ ตํ สรีรํ - ชีพก็อันนั้น สรีระก็อันนั้น คือทิฏฐิอันเป็นโดยอาการยึดถือความสูญว่า เมื่อสรีระสูญแม้ชีพก็สูญ เพราะถือว่าชีพของสรีระนั่นแหละ มีการแตกไปเป็นธรรมดา. ในบทที่สอง ทิฏฐิเป็นไปโดยอาการถือความเที่ยงว่า แม้เมื่อสรีระสูญชีพก็ไม่สูญ เพราะถือว่าชีพอื่นจากสรีระ.
ในบทนี้มีอาทิว่า โหติ ตถาคโต มีความดังต่อไปนี้.
ผู้ถือว่า สัตว์ตายไปแล้วย่อมเป็นอีก เป็นสัสสตทิฏฐิที่ ๑
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที