บทว่า ปฏิสงฺขา สนฺติฏฺฐนา ปญฺญา ปัญญาพิจารณาหาทางวางเฉยอยู่ เป็นอันท่านกล่าวถึง มุญจิตุกัมยตาญาณ ปฏิสังขานุปัสสนาญาณ (ปรีชาคำนึงถึงด้วยพิจารณาหาทาง) สังขารอุเบกขาญาณ (ปรีชาคำนึงด้วยความวางเฉยอยู่) ด้วยคำนั้นเอง เพราะญาณทั้ง ๓ มีลักษณะอย่างเดียวกัน.
แม้อนุโลมญาณและมรรคญาณท่านก็รวมไว้ด้วยคำว่า ปฏิสงฺขา สนติฏฺฐนา นั่นแหละ.
แม้สังขารุเบกขาญาณและอนุโลมญาณก็ชื่อว่า นิพพิทาปฏิปัสสัทธิญาณด้วยละความขวนขวายในการเกิดนิพพิทา เพราะนิพพิทาถึงยอดแล้ว.
ส่วนมรรคญาณ ชื่อว่านิพพิทาปฏิปัสสัทธิญาณ เพราะเกิดในที่สุด นิพพิทาปฏิปัสสัทธิญาณ เพราะเหตุนั้นจึงควรอย่างยิ่ง. การไม่ถือเอามุญจิตุกัมยตาญาณอันเป็นเบื้องต้นดุจในนิพพิทานุโลมญาณแล้วถือเอาญาณสองหมวด ในที่สุดว่า ปฏิสงฺขา สนฺติฏฺฐนา เพื่อสงเคราะห์เข้าในมรรคญาณ. เพราะเมื่อท่านกล่าวว่า มุญฺจิตุกมฺยตา ย่อมสงเคราะห์เอาอนุโลมญาณด้วย มิได้สงเคราะห์เอามรรคญาณ. เพราะมรรคญาณมิได้ชื่อว่า มุญฺจิตุกมฺยตา.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที