ส่วนพระอริยบุคคลแม้นอกนั้นก็เป็นผู้เจริญอินทรีย์แล้วเหมือนกัน โดยปริยาย เพราะสำเร็จกิจด้วยมรรคนั้นๆ เพราะฉะนั้น ในขณะแห่งผล ๔ ท่านจึงกล่าวว่า อินทรีย์ ๕ เป็นอินทรีย์อันบุคคลเจริญแล้ว อบรมดีแล้ว.

อนึ่ง เพราะอินทรีย์ภาวนายังมีอยู่นั่นเองแก่พระอริยบุคคลเหล่านั้น เพื่อประโยชน์แก่อุปริมรรค ฉะนั้น พระอริยบุคคลเหล่านั้น จึงไม่ชื่อว่าเป็นผู้เจริญอินทรีย์แล้วโดยตรง.

บทว่า สยมฺภูตฏฺเฐน ด้วยอรรถว่าตรัสรู้เอง คือเป็นผู้ไม่มีอาจารย์ เป็นภควา ด้วยอรรถเป็นแล้ว เกิดแล้วในชาติอันเป็นอริยะเอง.

จริงอยู่ แม้พระปัจเจกพุทธเจ้านั้นก็เป็นพระสยัมภูในขณะผลด้วยอำนาจแห่งความสำเร็จภาวนา. ชื่อว่า ภาวิตินฺทฺริโย ด้วยอรรถว่าเป็นผู้รู้เองในขณะแห่งผลด้วยประการฉะนี้.

เล่มที่ ๓๑ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค๒,๕๕๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. อินทรียกถา”