บทว่า อณุสหคเตหิ จากกิเลสส่วนละเอียด คือจากกามราคะและพยาบาทนั้นแหละอันเป็นส่วนละเอียด.

บทว่า สพฺพกิเลเสหิ จากกิเลสทั้งปวง คือจากกิเลสมีรูปราคะเป็นต้น. เพราะเมื่อละกิเลสเหล่านั้นได้ก็เป็นอันละกิเลสทั้งปวงได้ เพราะฉะนั้นท่านจึงกล่าวว่า สพฺพกิเลเสหิ.

แต่ในนิเทศนี้ บททั้งหลายที่มีความยังมิได้กล่าวไว้ ได้กล่าวไว้แล้วในหนหลัง.

บทว่า สพฺเพสญฺเญว ขีณาสวานํ ตตฺถ ตตฺถ ปญฺจินฺทฺริยานิ อินทรีย์ ๕ ในธรรมนั้นๆ อันพระขีณาสพทั้งปวงสลัดออกแล้ว คืออินทรีย์ ๕ ในฐานะนั้นๆ ในบรรดาฐานะทั้งหลายที่กล่าวไว้แล้วในก่อนมีอาทิว่า อธิโมกฺขฏฺเฐน อันพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้าและพระสาวกทั้งหลายผู้เป็นพระขีณาสพสลัดออกแล้วจากฐานะนั้นๆ ตามที่ประกอบไว้.

เล่มที่ ๓๑ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค๒,๕๖๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. อินทรียกถา”