ครั้นถึงเรือนคนที่ ๒ อีก ๔ คนนอกนั้นนั่งนิ่ง. เจ้าของเรือนเท่านั้นเดินตรวจตราฉันใด วีริยินทรีย์เท่านั้นมีลักษณะประคองไว้ เพราะบรรลุสัมมัปปธาน เป็นใหญ่ เป็นหัวหน้าฉันนั้น. อินทรีย์ที่เหลือตามวิริยินทรีย์ไป.

ครั้นถึงเรือนคนที่ ๓ อีก ๔ คนนอกนั้นนั่งนิ่ง เจ้าของเรือนเท่านั้นเดินตรวจตราฉันใด สตินทรีย์เท่านั้นมีลักษณะตั้งมั่น เพราะบรรลุสติปัฏฐานเป็นใหญ่ เป็นหัวหน้าฉันนั้น. อินทรีย์ที่เหลือตามสตินทรีย์ไป.

ครั้นถึงเรือนคนที่ ๔ อีก ๔ คนนอกนี้นั่งเฉย. เจ้าของเรือนเท่านั้นเดินตรวจตราฉันใด สมาธินทรีย์เท่านั้นมีลักษณะไม่ฟุ้งซ่าน เพราะบรรลุฌานเป็นใหญ่ เป็นหัวหน้าฉันนั้น. อินทรีย์ที่เหลือตามสมาธินทรีย์ไป.

แต่ครั้นไปถึงพระราชมณเฑียรของพระราชาภายหลังทั้งหมด อีก ๔ คนนั่งเฉย พระราชาเท่านั้นทรงดำเนินตรวจตราฉันใด ปัญญินทรีย์เท่านั้นมีลักษณะรู้ทั่ว เพราะบรรลุอริยสัจ เป็นใหญ่เป็นหัวหน้าฉันนั้น. อินทรีย์ที่เหลือตามปัญญินทรีย์ไป ด้วยประการฉะนี้. อรรถกถาปเภทคณนนิเทศ

เล่มที่ ๓๑ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค๒,๕๗๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. อินทรียกถา”