พึงทราบบทนั้นโดยนัยที่ท่านกล่าวไว้แล้วในหนหลังนั่นแล.

พระสารีบุตรเถระประสงค์จะกล่าวแบบแผนของอินทรีย์ โดยเชื่อมด้วยสมันตจักษุอีก จึงกล่าวบทมีอาทิว่า ๔- น ตสฺส อทฺทิฏฺฐมิธตฺถิ กิญฺจิ บทธรรมไรๆ ที่พระตถาคตนั้นไม่ทรงเห็นไม่มีในโลกนี้. ____________________________ ๔- ขุ. ปฏิ. เล่ม ๓๑/ข้อ ๔๖๖

ในบทเหล่านั้น บทว่า สมนฺตจกฺขุ ได้แก่ พระสัพพัญญุตญาณ. ท่านแสดงความที่อินทรีย์ทั้งหลาย ๕ ไม่พรากกันด้วยบทมีอาทิว่า ปญฺญินฺทฺริยสฺส วเสน ด้วยสามารถแห่งปัญญินทรีย์. ท่านแสดงความที่อินทรีย์ ๕ มีรสอย่างเดียวกัน และเป็นปัจจัยของกันและกัน ในเวลาประกอบการน้อมไป หรือในขณะแห่งมรรคด้วยจตุกะ ๕ มีอินทรีย์หนึ่งๆ เป็นมูล มีอาทิว่า สทฺทหนฺโต ปคฺคณฺหาติ เมื่อเชื่อย่อมประคับประคอง.

ท่านแสดงความที่อินทรีย์ ๕ มีรสอย่างเดียวกัน และเป็นปัจจัยของกันและกัน ในเวลาประกอบการน้อมไป หรือในขณะแห่งมรรค ด้วยจตุกะ ๕ อันมีอินทรีย์หนึ่งๆ เป็นมูลมีอาทิว่า สทฺทหิตตฺตา ปคฺคหิตํ เพราะความเป็นผู้เชื่อจึงประคองไว้.

เล่มที่ ๓๑ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค๒,๖๒๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. อินทรียกถา”