หากไม่สำเร็จอย่างนั้น พึงทำบริกรรมอีก พึงเข้าสมาบัติแม้ครั้งที่ ๒ ครั้นออกแล้วพึงอธิษฐาน.

ท่านกล่าวไว้ในอรรถกถาสังยุตว่า ควรเข้าสมาบัติครั้งหนึ่ง สองครั้ง ในจิตเหล่านั้น จิตมีญาณเป็นบาทมีนิมิตเป็นอารมณ์ จิตบริกรรมมีคน ๑๐๐ เป็นอารมณ์หรือมีคน ๑,๐๐๐ คนเป็นอารมณ์ จิตเหล่านั้นย่อมสำเร็จได้ด้วยวรรณะ มิใช่ด้วยบัญญัติ แม้จิตอธิษฐานก็มีคน ๑๐๐ หรือ ๑,๐๐๐ เป็นอารมณ์เหมือนกัน จิตอธิษฐานนั้นเป็นรูปาวจรจตุตถฌานย่อมเกิดอย่างนั้นในลำดับโคตรภู ดุจอัปปนาจิตดังกล่าวแล้วในก่อน.

เพื่อแสดงถึงกายสักขีของความเป็นหลายคน ท่านจึงกล่าวว่า เหมือนท่านพระจุลปันถกรูปเดียวเป็นหลายรูปก็ได้ฉะนั้น.

อนึ่ง ในบทนี้พึงทราบว่า ท่านทำคำเป็นปัจจุบัน เพราะพระเถระเป็นผู้มีปกติทำอย่างนั้น และเพราะพระเถระนั้นยังมีชีวิตอยู่.

เล่มที่ ๓๑ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค๓,๒๕๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. อิทธิกถา”