อนึ่ง เมื่อรู้ย่อมรู้ด้วยการเข้าถึงย่อมรู้โดยส่วนเบื้องต้น ตรวจดูจิตในภายในสมาบัติแล้วรู้ ย่อมรู้ว่าภิกษุนั้นเริ่มกสิณภาวนายังปฐมฌานทุติยฌานเป็นต้นหรือยังสมาบัติ ๘ ให้เกิดด้วยอาการใด การบริกรรมกสิณนั้นแหละชื่อว่าย่อมรู้ด้วยการเข้าถึง เมื่อเริ่มปฐมวิปัสสนาย่อมรู้ ย่อมรู้ว่าภิกษุนั้นเริ่มวิปัสสนา ยังโสดาปัตติมรรคให้เกิด ฯลฯ หรือยังอรหัตมรรคให้เกิดด้วยอาการใด ชื่อว่าย่อมรู้โดยส่วนเบื้องต้น ย่อมรู้ว่ามโนสังขารตั้งอยู่แก่จิตนี้ ภิกษุจักตรึกถึงจิตชื่อนี้ในลำดับแห่งจิตชื่อนี้ หรือเมื่อภิกษุออกจากจิตนี้ สมาธิอันเป็นส่วนแห่งความเสื่อมจักมีจักให้สมาธิอันเป็นส่วนแห่งความตั้งอยู่ อันเป็นส่วนแห่งความวิเศษอันเป็นส่วนแห่งความทำลาย หรืออภิญญาด้วยอาการใด ชื่อว่าตรวจดูจิตในภายในสมาบัติแล้วรู้.

บทว่า พหุญฺเจปิ อาทิสติ ถึงแม้ภิกษุนั้นทายใจไว้เป็นอันมาก คือถึงแม้กล่าวไว้เป็นอันมากด้วยประเภท ๑๖ มีสราคะเป็นต้นเพราะทำเจโตปริยญาณให้เป็นอารมณ์แห่งจิตและเจตสิก พึงทราบว่ามิใช่ด้วยสามารถอย่างอื่น.

บทว่า ตเถว ตํ โหติ การทายใจนั้นก็เป็นอย่างนั้น คือการรู้โดยเจโตปริยญาณก็เป็นอย่างนั้นโดยส่วนเดียวไม่มีโดยประการอื่น.

บทว่า เอวํ วิตกฺเกถ จงตรึกอย่างนี้ คือจงตรึกยังเนกขัมมวิตกเป็นต้นไปอย่างนี้.

เล่มที่ ๓๑ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค๓,๔๐๗

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. ปาฏิหาริยกถา”