อีกอย่างหนึ่ง ในมหาวิปัสสนา ๑๘ โคตรภูเป็นวิวัฏฏนานุปัสสนา (การพิจารณาถึงนิพพาน) ถึงเหตุนั้น จึงเป็นอันสงเคราะห์เข้าในอนุโลมิกขันตินั่นแหละ.

แม้ใน ๔ สูตรก็พึงทราบความโดยนัยนี้แหละด้วยบทเหล่านี้ ท่านกล่าว ๔ สูตรไว้ในฉักกนิบาตว่า ๒- ธรรม ๖ อย่าง ด้วยสามารถอนุโลมิกขันติ สัมมัตตนิยามและอริยผล ๔ เป็นความจริง สูตร ๔ สูตรย่อมมีด้วยปักษ์ทั้งสองคือกัณหปักษ์และกุศลปักษ์. ____________________________ ๒- องฺ. ฉกฺก. เล่ม ๒๒/ข้อ ๓๖๙

พระโยคาวจรผู้เริ่มวิปัสสนาด้วยการพิจารณากลาปะกำหนดนามรูปและปัจจัยแห่งนามรูปในบทมีอาทิว่า ปญฺจกฺขนฺเธ อนิจฺจโต พิจารณาเห็นเบญจขันธ์โดยความเป็นของไม่เที่ยงในสุตตันตนิเทศอันมีคำถามเป็นเบื้องต้นว่า กตีหากาเรหิ ด้วยอาการเท่าไรแล้วเห็นว่าขันธ์หนึ่งๆ ในขันธ์ ๕ ไม่เที่ยงโดยความเป็นของไม่เที่ยง เพราะปรากฏแล้วและเพราะมีเบื้องต้นและที่สุด.

โดยความเป็นทุกข์ เพราะมีเกิดดับ และบีบคั้นและเพราะเป็นที่ตั้งแห่งทุกข์.

เล่มที่ ๓๑ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค๓,๔๓๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๙. วิปัสสนากถา”