ธรรมทั้งหลายเหล่าใดจัดจำแนกเข้าในฝ่ายคุณวิเศษด้วยสามารถแห่งการบรรลุคุณพิเศษในเบื้องบน ฉะนั้น ธรรมทั้งหลายเหล่านั้นจึงชื่อว่า วิเสสภาคิยา - อันเป็นส่วนแห่งคุณพิเศษ.
ธรรมใดย่อมชำแรก ย่อมทำลายกองโลภะโทสะโมหะ ซึ่งยังไม่เคยชำแรก ไม่เคยทำลาย ฉะนั้น ธรรมนั้นจึงชื่อว่านิพเพธะ - ผู้ทำลาย คืออริยมรรค, ธรรมทั้งหลายเหล่าใดย่อมจัดจำแนกเข้าในฝ่ายทำลายนั้น ด้วยสามารถแห่งการตั้งขึ้นแห่งสัญญามนสิการอันสหรคตด้วยนิพพิทา - ความเบื่อหน่าย ฉะนั้น ธรรมทั้งหลายเหล่านั้นจึงชื่อว่านิพเพธภาคิยา - อันเป็นส่วนแห่งความเบื่อหน่าย.
คำว่า สพฺเพ สงฺขารา - สังขารทั้งปวง ได้แก่ ธรรมอันเป็นไปกับด้วยปัจจัยทั้งปวง. ธรรมเหล่านั้นชื่อว่าสังขตธรรม - ธรรมอันมีปัจจัยปรุงแต่งแล้ว. ธรรมเหล่าใดอันปัจจัยทั้งหลายปรุงแต่งขึ้น ฉะนั้น ธรรมเหล่านั้นจึงชื่อว่าสังขาร.
สังขารเหล่านั้นนั่นแหละ ท่านกล่าวให้แปลกออกไปว่าสังขตา เพราะถูกปัจจัยทั้งหลายกระทำขึ้น. รูปธรรมและอรูปธรรมที่เป็นไปในภูมิ ๓ ในอรรถกถา ท่านกล่าวว่าอภิสังขตสังขาร เพราะเกิดแต่กรรม. แม้อภิสังขตสังขารเหล่านั้นก็ย่อมสงเคราะห์เข้าในสังขตสังขาร ดุจในคำเป็นต้นว่า อนิจฺจา วต สงฺขารา - สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ ๔- ดังนี้. ____________________________ ๔- ที. มหา. เล่ม ๑๐/ข้อ ๑๔๗
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที