จริงอยู่ พระขีณาสพปรินิพพานในกาลที่มีพรรษา ๑๐ ก็ไม่ชื่อว่ามีพรรษา ๑๐ อีก เพราะไม่มีปฏิสนธิอีกต่อไป ฉะนั้น ท่านจึงเรียกว่านิททสะ ไม่มีพรรษา ๑๐. และไม่มีพรรษา ๑๐ อย่างเดียวเท่านั้นก็หาไม่ แม้พรรษา ๙ ก็ไม่มี ฯลฯ แม้กาลสักว่าครู่เดียวก็ยังไม่มี. พระขีณาสพปรินิพพานในกาลที่มีพรรษา ๑๐ เท่านั้นก็หาไม่ แม้ปรินิพพานในกาลที่มีพรรษา ๗ ก็ไม่ชื่อว่ามีพรรษา ๗ ไม่มีพรรษา ๑๐ ไม่มีกาลแม้สักครู่เดียว.

ก็พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อยกเอาโวหารอันเกิดในลัทธิเดียรถีย์มาไว้ในพระศาสนา แล้วทรงแสดงความไม่มีแห่งพระขีณาสพผู้เช่นนั้นในลัทธิเดียรถีย์นั้น และความมีอยู่แห่งพระขีณาสพผู้เช่นนั้นในศาสนานี้ จึงตรัสเหตุแห่งความมีอยู่แห่งพระขีณาสพผู้เช่นนั้นว่า สตฺต นิทฺทสวตฺถูนิ - วัตถุแห่งนิททสะ ๗.

ดุจดังพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ๑-

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นิททสวัตถุ ๗ ประการนี้.

เล่มที่ ๓๑ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค๔๓๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “อภิญเญยยนิทเทส”