อธิบายว่า สังสารทุกข์อันสัตว์ทั้งหลายทรงไว้เสมอด้วยธาตุทั้งหลายอันเป็นเหตุประการหนึ่ง, สังสารทุกข์นั้นอันสัตว์ทรงไว้แล้วอย่างนั้น ย่อมตั้งอยู่ สถิตอยู่ในธาตุทั้งหลายเหล่านั้นประการหนึ่ง.
อนึ่ง สำหรับอัตตาของเดียรถีย์ทั้งหลายไม่มีอยู่โดยสภาวะฉันใด, ก็แลธาตุทั้งหลายเหล่านี้จะมีสภาวะฉันนั้นก็หาไม่. แต่ที่เรียกว่าธาตุ เพราะอรรถว่าเป็นธรรมชาติที่ทรงไว้ซึ่งสภาวะของตน.
เหมือนอย่างว่าส่วนต่างๆ ของหินมีหรดาลและมโนศิลาเป็นต้นอันวิจิตรตระการในโลก ก็เรียกว่าธาตุฉันใด ธาตุทั้งหลายอันวิจิตรแม้เหล่านี้ก็เรียกว่าเป็นส่วนที่จะพึงรู้ได้ด้วยญาณฉันนั้นแล.
อีกอย่างหนึ่ง ในส่วนทั้งหลายมีรสและโลหิตเป็นต้น กำหนดตามลักษณะอันเป็นวิสภาคแก่กันและกัน อันเป็นส่วนต่างๆ ของร่างกายกล่าวคือสรีระ ย่อมมีชื่อว่าธาตุ ฉันใด ในส่วนต่างๆ แห่งอัตภาพกล่าวคือเบญจขันธ์แม้เหล่านี้ ก็พึงทราบว่า ชื่อว่าธาตุ ฉันนั้น. เพราะธาตุเหล่านั้นมีจักขุธาตุเป็นต้น ก็กำหนดด้วยลักษณะอันเป็นวิสภาคแก่กันและกัน.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที