ธรรมชาติใดย่อมทรงไว้ ย่อมตั้งไว้ด้วยดีซึ่งจิตในอารมณ์ ฉะนั้น ธรรมชาตินั้นชื่อว่าสมาธิ, เป็นอินทรีย์ เพราะอรรถว่าเป็นอธิบดีครอบงำความซัดส่ายไปในอารมณ์ต่างๆ,

อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าอินทรีย์ เพราะทำความเป็นใหญ่ในลักษณะแห่งความไม่ซัดส่ายไปในอารมณ์ต่างๆ, สมาธินั่นแหละเป็นอินทรีย์ ชื่อว่าสมาธินทรีย์.

ธรรมชาติใดย่อมรู้อริยสัจโดยนัยเป็นต้นว่า นี้ทุกข์ ฉะนั้น ธรรมชาตินั้นชื่อว่าปัญญา. แต่ในอรรถกถาท่านกล่าวว่า ชื่อว่าปัญญา เพราะประกาศพระไตรลักษณ์ คือ อนิจฺจํ - ไม่เที่ยง, ทุกฺขํ - เป็นทุกข์, อนตฺตา - มิใช่อัตตา. เป็นอินทรีย์ เพราะอรรถว่าเป็นอธิบดีครอบงำอวิชชา,

อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าอินทรีย์ เพราะทำความเป็นใหญ่ในลักษณะแห่งทัสนญาณ, ปัญญานั่นแหละเป็นอินทรีย์ ชื่อว่าปัญญินทรีย์.

เล่มที่ ๓๑ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค๕๓๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “อภิญเญยยนิทเทส”