กายสุจริตเป็นต้นชื่อว่าวินทิยะ - ควรได้ เพราะตรงกันข้ามกับอวินทิยะนั้น, ธรรมชาติใดย่อมไม่ได้ซึ่งวินทิยะนั้น ฉะนั้น ธรรมชาตินั้นชื่อว่าอวิชชา.

ธรรมชาติใดทำอรรถคือกองแห่งขันธ์ทั้งหลายมิให้ปรากฏ, ทำอรรถคือความต่อแห่งอายตนะทั้งหลายมิให้ปรากฏ, ทำอรรถคือความว่างแห่งธาตุทั้งหลายมิให้ปรากฏ, ทำอรรถคือความเป็นใหญ่แห่งอินทรีย์ทั้งหลายมิให้ปรากฏ, ทำอรรถคือความจริงแห่งสัจจะทั้งหลายมิให้ ปรากฏ ฉะนั้น ธรรมชาตินั้นชื่อว่าอวิชชา, ทำอรรถ ๔ อย่างที่กล่าวแล้วด้วยสามารถแห่งการบีบคั้นเป็นต้นแห่งสัจจะทั้งหลายมีทุกขสัจจะเป็นต้น ฉะนั้นจึงชื่อว่าอวิชชา.

ธรรมชาติใดย่อมยังสัตว์ทั้งหลายให้แล่นไปในกำเนิด, คติ, ภพ, วิญญาณฐิติและสัตตาวาสทั้งปวง ในสังสารวัฏอันไม่มีที่สุด ฉะนั้น ธรรมชาตินั้นจึงชื่อว่าอวิชชา.

ธรรมชาติใดย่อมแล่นไปในบัญญัติทั้งหลายมีหญิงและบุรุษเป็นต้น อันไม่มีอยู่โดยปรมัตถ์, ไม่แล่นไปแม้ในวิชชมานบัญญัติมีขันธ์เป็นต้น ฉะนั้น ธรรมชาตินั้นจึงชื่อว่าอวิชชา.

เล่มที่ ๓๑ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค๕๔๗

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “อภิญเญยยนิทเทส”