พระสารีบุตรได้ชี้แจงถึงการวิสัชนา ๑,๔๑๔ นัย มี ๒๐๒ บทมีทุกข์เป็นต้น มีชรามรณะเป็นที่สุดต่อไปด้วย ๒๐๒ สัตตกะประกอบด้วยบทอย่างละ ๖ มีสมุทัยเป็นต้น.
[๑๕] บัดนี้ เพื่อแสดงประกอบบท ๒๐๑ บทมีรูปเป็นต้น มีชรามรณะเป็นที่สุดด้วยอนุปัสสนา ๗ พระสารีบุตรจึงชี้แจงอนุปัสสนา ๗ มีอนิจจานุปัสสนาเป็นต้นก่อน.
ทั้งหมดเหล่านั้นเป็นการวิสัชนา ๑,๔๑๔ นัย พร้อมด้วยการวิสัชนาอนุปัสสนาล้วน ๗ ประการ. การพิจารณาเห็นว่าไม่เที่ยง คืออนิจจานุปัสสนา. อนิจจานุปัสสนานั้นเป็นปฏิปักษ์ต่อนิจสัญญา ความสำคัญว่าเที่ยง. การพิจารณาเห็นว่าเป็นทุกข์ คือทุกขานุปัสสนา. ทุกขานุปัสสนานั้นเป็นปฏิปักษ์ต่อสุขสัญญา - ความสำคัญว่าเป็นสุข. การพิจารณาเห็นว่าเป็นอนัตตา คืออนัตตานุปัสสนา. อนัตตานุปัสสนานั้นเป็นปฏิปักษ์ต่ออัตตสัญญา - ความสำคัญว่าเป็นอัตตา.
พระโยคาวจรย่อมเบื่อหน่าย เพราะอนุปัสนา ๓ บริบูรณ์ ฉะนั้นจึงชื่อว่านิพพิทา, นิพพิทานั้นด้วย อนุปัสสนาด้วย ชื่อว่านิพพิทานุปัสสนา. นิพพิทานุปัสสนานั้นเป็นปฏิปักษ์ต่อความเพลิดเพลิน.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที