ธรรม ๓ มีอุตตริปฏิเวธัฏฐะ - สภาพที่แทงตลอดยิ่งขึ้นไป เป็นต้น,
ธรรม ๘ อันเป็นองค์มรรค, ธรรม ๒ มีสภาพสงบแห่งปโยคะเป็นต้น, ธรรม ๒ มีสภาพออกไปแห่งสภาพที่เป็นอสังขตะ, ธรรม ๓ มีสภาพตรัสรู้ตามสภาพที่นำสัตว์ออกไปเป็นต้น, ธรรม ๓ มีอนุโพธนัฏฐะ - สภาพที่รู้ตาม เป็นต้น, ธรรม ๓ มีอนุโพธิปักขิยะ - ธรรมที่เป็นฝักฝ่ายแห่งการตรัสรู้ตาม เป็นต้น, ธรรม ๔ มีอุชโชตนัฏฐะ - สภาพที่รุ่งเรือง เป็นต้น, ธรรม ๑๘ มีปตาปนัฏฐะ - สภาพที่ทำให้เร่าร้อน เป็นต้น, ธรรม ๙ มีวิวัฏฏนานุปัสสนา - การพิจารณาเห็นนิพพาน เป็นต้น, ญาณในความสิ้นไปและญาณในความไม่เกิด นิพพานอันเป็นปัญญาวิมุตติ,
พึงทราบว่า ตีรณปริญญา ท่านกล่าวด้วยอำนาจแห่งวิปัสสนาตามสมควรแก่หมู่ธรรม และด้วยอำนาจการได้เฉพาะ.
[๕๘] ท่านกล่าวถึงตีรณปริญญาด้วยอรรถว่าเข้าถึงกิจ ด้วยบทว่า เยสํ เยสํ ธมฺมานํ ฯเปฯ ติริตา จ ความว่า บุคคลผู้พยายามเพื่อจะได้ธรรมใดๆ เป็นอันได้ธรรมนั้นๆ แล้ว. ธรรมเหล่านั้นเป็นธรรมอันบุคคลกำหนดรู้แล้ว และพิจารณาแล้วอย่างนี้. เมื่อเข้าถึงกิจแล้ว เป็นอันได้ธรรมนั้นๆ แล้ว. แต่อาจารย์บางพวกกล่าวว่า ญาตปริญญาของผู้ยังไม่เข้าถึงวิปัสสนา นั่นไม่ดีเลย เพราะญาตปริญญา ท่านกล่าวด้วยธรรมควรรู้ยิ่ง.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที