บทว่า วีริยํ วาเหติ - ย่อมนำไปซึ่งความเพียร. ความว่า พระโยคาวจรยังความเพียรให้เป็นไป.

ท่านกล่าวถึงเอสนาภาวนา ปฏิลาภเทสนา เอกรสาภาวนา อาเสวนาภาวนา ในหนหลังเพื่อแสดงถึงความต่างกันแห่งภาวนาทั้งหลายว่า ภาวนาเป็นอย่างนี้. เพื่อแสดงเหตุแห่งภาวนา ท่านจึงกล่าวคำทั้งหลายว่า ชื่อว่าภาวนาด้วยอรรถว่าไม่ก้าวล่วงธรรมที่เกิดในภาวนานั้น ด้วยอรรถว่าอินทรีย์ทั้งหลายมีรสอย่างเดียวกัน ด้วยอรรถว่านำไปซึ่งความเพียรอันเข้าถึงธรรมนั้นๆ ด้วยอรรถว่าเสพเป็นอันมาก.

ท่านกล่าวว่าภาวนา ด้วยเหตุนี้และด้วยเหตุนี้ แล้วกล่าวด้วยสามารถขณะต่างๆ กันว่า อาเสวนาภาวนา ในภายหลัง, ในที่นี้ชื่อว่า ภาวนา ด้วยอรรถว่าเสพเป็นอันมาก เพราะเหตุนั้นจึงมีความต่างกัน ด้วยบทว่า เอกกฺขณวเสน - ด้วยสามารถขณะหนึ่ง.

ในบทมีอาทิว่า รูปํ ปสฺสนฺโต ภาเวติ พระโยคาวจรเมื่อพิจารณาเห็นรูป ชื่อว่าเจริญภาวนา มีอธิบายว่า พระโยคาวจรเมื่อพิจารณาเห็นรูปเป็นต้นโดยอาการที่ควรเห็น ชื่อว่าย่อมเจริญภาวนาที่ควรภาวนา.

เล่มที่ ๓๑ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค๗๙๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “จตุตถภาณวาร - ภาเวตัพพนิทเทส”