บทว่า ยํ โลเก ปิยรูปํ สาตรูปํ - สิ่งใดเป็นที่รักที่ยินดีในโลก คือสิ่งใดมีสภาพน่ารักและมีสภาวะหวานฉ่ำในโลก.
พึงทราบวินิจฉัยในบทมีอาทิว่า จกฺขุ โลเก ดังต่อไปนี้.
สัตว์ทั้งหลายยึดมั่นโดยความเป็นของเราในจักษุเป็นต้นในโลก ตั้งอยู่ในสิ่งที่ถึงพร้อม ย่อมสำคัญประสาท ๕ คือ จักษุของตนผ่องใสโดยการถือเอานิมิตในกระจกเป็นต้น ดุจสีหบัญชรทำด้วยแก้วมณีที่บุคคลยกขึ้นในวิมานทอง. ย่อมสำคัญโสตะ ดุจกล้องเงินและดุจสายสังวาล. ย่อมสำคัญฆานะ ที่เรียกกันว่าจมูกโด่งดุจเกลียวหรดาลที่บุคคลม้วนตั้งไว้. ย่อมสำคัญชิวหา ให้รสหวานสนิทอ่อนนุ่มดุจผืนผ้ากัมพลสีแดง. ย่อมสำคัญกาย ดุจต้นสาละอ่อนและดุจซุ้มประตูทอง. ย่อมสำคัญมนะ ยิ่งใหญ่ไม่เหมือนมนะของคนอื่น. ย่อมสำคัญรูป ดุจสีมีสีทองและดอกกรณิการ์เป็นต้น. ย่อมสำคัญเสียง ดุจเสียงขันของนกการะเวกและดุเหว่าที่กำลังเพลิน และเสียงกังวานของขลุ่ยแก้วมณีที่เป่าเบาๆ. ย่อมสำคัญอารมณ์มีกลิ่นเป็นต้น ที่เกิดแต่สมุฏฐาน ๔ ที่ตนได้แล้วว่า ใครเล่าจะมีอารมณ์เห็นปานนี้.
เมื่อสัตว์เหล่านั้นสำคัญอยู่อย่างนี้ จักษุเป็นต้นเหล่านั้นย่อมเป็นปิยรูปและสาตรูป. เมื่อเป็นเช่นนั้น ตัณหาที่ยังไม่เกิดในปิยรูปและสาตรูปนั้น ย่อมเกิดแก่สัตว์เหล่านั้น, และที่เกิดแล้วย่อมตั้งอยู่ด้วยการเป็นไปบ่อยๆ. เพราะฉะนั้น พระเถระจึงกล่าวว่า จักษุเป็นปิยรูปสาตรูปในโลก, ตัณหานี้เมื่อเกิดย่อมเกิดในสิ่งนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที