อรญฺญํ ปวิสิตฺวาน คณฺหาติ ผลมุตฺตมนฺ"ติ ๒-. เตนสฺส ปรกฺกมชวโยคฺคภูมึ อรญฺญเสนาสนํ ทสฺเสนฺโต "อรญฺญคโต วา"ติอาทิมาห.

ตตฺถ อรญฺญคโตติ อุปริ วุตฺตลกฺขณํ ยํ กิญฺจิ ปวิเวกสุขํ อรญฺญํ คโต. รุกฺขมูลคโตติ รุกฺขสมีปํ คโต. สุญฺญาคารคโตติ สุญฺญํ วิวิตฺโตกาสํ คโต. เอตฺถ จ ฐเปตฺวา อรญฺญญฺจ รุกฺขมูลญฺจ อวเสสสตฺตวิธเสนาสนํ คโตปิ "สุญฺญาคารคโต"ติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. นววิธํ หิ เสนาสนํ. ยถาห "โส วิวิตฺตํ เสนาสนํ ภชติ อรญฺญํ รุกฺขมูลํ ปพฺพตํ กนฺทรํ คิริคุหํ สุสานํ วนปตฺถํ อพฺโภกาสํ ปลาลปุญฺชนฺ"ติ ๓-. เอวมสฺส อุตุตฺตยานุกูลํ ธาตุจริยานุกูลญฺจ อานาปานสฺสติภาวนานุรูปํ เสนาสนํ อุปทิสิตฺวา อลีนานุทฺธจฺจปกฺขิกํ สนฺตมิริยาปถํ อุปธิสนฺโต นิสีทตีติ อาห.

อิทานิ เยหิ ปกาเรหิ สโตการี โหติ, เต ปกาเร ทสฺเสตุํ ทีฆํ วา อสฺสสนฺโตติอาทิมาห. ตตฺถ ทีฆํ วา อสฺสสนฺโตติ ทีฆํ วา อสฺสาสํ ปวตฺตยนฺโต. ตถา รสฺสํ. ยา ปน เนสํ ทีฆรสฺสตา, สา กาลวเสน เวทิตพฺพา. กทาจิ หิ มนุสฺสา หตฺถิอหิอาทโย วิย กาลวเสน ทีฆํ อสฺสสนฺติ จ ปสฺสสนฺติ จ, กทาจิ สุนขสสาทโย วิย รสฺสํ. อญฺญถา หิ จุณฺณวิจุณฺณา อสฺสาสปสฺสาสา ทีฆรสฺสา นาม น โหนฺติ. ตสฺมา เต ทีฆํ กาลํ ปวิสนฺตา จ นิกฺขมนฺตา จ ทีฆา, รสฺสํ กาลํ ปวิสนฺตา จ นิกฺขมนฺตา จ รสฺสาติ เวทิตพฺพา. ตตฺรายํ ภิกฺขุ อุปริ วุตฺเตหิ นวหากาเรหิ ทีฆํ อสฺสสนฺโต จ ปสฺสสนฺโต จ ทีฆํ อสฺสสามิ, ปสฺสสามีติ ปชานาติ, ตถา รสฺสํ.

เล่มที่ ๓๑ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค๖๘๘

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. อานาปาณกถา”