@๔ ขุ.เถร. ๒๖/๙๐๑/๓๘๗ ๕ อุปปนฺโนติ (วิ.จูฬ. ๗/๓๓๓/๑๑๘)
[๑๕] ญาณวิปฺผาริทฺธินิทฺเทเส ญาณสฺส วิปฺผาโร เวโค อสฺสา อตฺถีติ ญาณวิปฺผารา. เอตฺถ จ สตฺตอนุปสฺสนาวเสเนว อิทฺธึ ทสฺเสตฺวา เสสา ยาว อรหตฺตมคฺคา สงฺขิตฺตาติ เวทิตพฺพา.
อายสฺมโต พากุลสฺส ๑- ญาณวิปฺผารา อิทฺธีติอาทีสุ พากุลตฺเถโร ตาว ทฺวีสุ กุเลสุ วฑฺฒิตตฺตา เอวํ ลทฺธนาโม ปุพฺพพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ปุญฺญสมฺปทาย สมฺปนฺโน เถโร. โส หิ มหาสมฺปตฺตึ อนุภวมาโน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อมฺหากํ ทสพลสฺส นิพฺพตฺติโต ปุเรตรเมว โกสมฺพิยํ เสฏฺฐิกุเล นิพฺพตฺติ. ตํ ชาตกาเล มงฺคลตฺถาย มหาปริวาเรน ยมุนํ เนตฺวา สปริวารา ธาตี นิมุชฺชนุมฺมุชฺชนวเสน กีฬาเปนฺตี นฺหาเปติ. เอโก มหามจฺโฉ "ภกฺโข เม อยนฺ"ติ มญฺญมาโน มุขํ วิวริตฺวา อุปคโต. ธาตี ทารกํ ฉฑฺเฑตฺวา ปลาตา. มหามจฺโฉ ตํ คิลิ. ปุญฺญวา สตฺโต สยนคพฺภํ ปวิสิตฺวา นิปนฺโน วิย น กิญฺจิ ทุกฺขํ ปาปุณิ. มจฺโฉ ทารกสฺส เตเชน ตตฺตกปาลํ ๒- คิลิตฺวา ๓- วิย ฑยฺหมาโน เวเคน ตึสโยชนํ คนฺตฺวา พาราณสิวาสิโน มจฺฉพนฺธสฺส ชาลํ ปาวิสิ. โส ทารกสฺส เตเชน ชาลโต นีหฏมตฺโตว มโต. มจฺฉพนฺธา ตํ สกลเมว อนฺตรกาเชน อาทาย "สหสฺเสน เทมา"ติ นคเร จรนฺตา อสีติโกฏิธนสฺส อปุตฺตกสฺส เสฏฺฐิสฺส ฆรทฺวารํ คนฺตฺวา เสฏฺฐิภริยาย เอเกน กหาปเณน อทํสุ. สา ตํ สยเมว ผลเก ฐเปตฺวา ปิฏฺฐิโต ผาเลนฺตี มจฺฉกุจฺฉิยํ สุวณฺณวณฺณํ ทารกํ ทิสฺวา "มจฺฉกุจฺฉิยํ เม ปุตฺโต ลทฺโธ"ติ นาทํ นทิตฺวา ทารกํ อาทาย สามิกํ อุปคจฺฉิ. เสฏฺฐิ ตาวเทว เภรํ จราเปตฺวา ทารกํ อาทาย รญฺโญ สนฺติกํ อาเนตฺวา ตมตฺถํ อาโรเจสิ. ราชา "ปุญฺญวา ทารโก, โปเสหิ นนฺ"ติ อาห. อิตรมฺปิ เสฏฺฐิกุลํ ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา ตตฺถ คนฺตฺวา "อมฺหากํ ปุตฺโต"ติ ตํ ทารกํ คณฺหิตุํ วิวทิ. อุโภปิ ราชกุลํ อคมํสุ. ราชา "ทฺวินฺนมฺปิ อปุตฺตกํ ๔- กาตุํ น สกฺกา, ทฺวินฺนมฺปิ ทายาโท โหตู"ติ อาห. ตโต ปฏฺฐาย