ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๒
  6. /
  7. ๑๓. เสเรยยกวรรค
  8. /
  9. ๓. ปายาสทายกเถราปทาน (๑๒๓)

๓. ปายาสทายกเถราปทาน (๑๒๓)

เล่มที่ ๓๒ · ข้อ ๑๒๕ · บรรทัด ๓๗๒๙

คัดจากอรรถกถา ฉบับแปลไทย ตัวบทจาก 84000.org

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

๑๒๓. อรรถกถาปายาสทายกเถราปทาน

อปทานของท่านพระปายาสทายกเถระมีคำเริ่มต้นว่า สุวณฺณวณฺโณ สมฺพุทฺโธ ดังนี้.

แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ.

ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าวิปัสสี ท่านได้เกิดในเรือนอันมีสกุลแห่งหนึ่ง ซึ่งสมบูรณ์ด้วยสมบัติ บรรลุนิติภาวะแล้วอยู่ครอบครองเรือน ก็สมบูรณ์ด้วยสมบัติ เช่น ช้าง ม้า เงิน ธัญญชาติและรัตนะ ๗ ประการเป็นต้น ถึงพร้อมด้วยศรัทธา เชื่อกรรมและผลแห่งกรรม สั่งให้คนใช้ทำถาดทองคำประมาณ ๑,๐๐๐ ถาดนั้น แล้วให้ถือถาดทั้งหมดนั้นไปยังป่าไม้งิ้ว.

สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าวิปัสสี ทรงเปล่งพระรัศมีมีพรรณ ๖ ประการ เนรมิตที่จงกรมในอากาศ เสด็จจงกรมอยู่.

ฝ่ายเศรษฐีนั้นได้มองเห็นความอัศจรรย์นั้นแล้วเลื่อมใสยิ่งนัก จึงวางถาดทั้งหมดลงถวายบังคมแล้ว กราบทูลเพื่อให้ทรงรับ.

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอาศัยความอนุเคราะห์รับแล้ว ก็แลครั้นทรงรับแล้ว เพื่อจะให้เศรษฐีนั้นเกิดความโสมนัส พระองค์พร้อมกับภิกษุสงฆ์ประมาณ ๑,๐๐๐ รูป จึงได้เสวย ภิกษุหลายพันรูปฉันอาหารนั้นไม่เหลือเลย.

ด้วยบุญนั้น เศรษฐีนั้นจึงได้ท่องเที่ยวไปในสุคติภพทั้งหลาย.

ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้บังเกิดในเรือนอันมีสกุล บรรลุนิติภาวะแล้ว ได้มีศรัทธาบวชแล้ว ไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.

ในกาลต่อมา ท่านพิจารณาถึงกุศลกรรมของตน ระลึกถึงกุศลนั้นได้ เกิดความโสมนัส เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า สุวณฺณวณฺโณ สมฺพุทฺโธ ดังนี้.

ถ้อยคำนั้นทั้งหมด ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้แล้วในหนหลังแล.

บทว่า จงฺกมํ สุสมารุฬฺโห มีวิเคราะห์ว่า ชื่อว่าจังกมะ เพราะเปล่งรัศมีกระทำการย่างเท้า ก้าวไปคือเดินไป.

อธิบายว่า ประเทศแห่งแผ่นดินเป็นที่รองรับย่างเท้าก้าวไป ชื่อว่าการจงกรม.

เชื่อมความว่า การจงกรมนั้น เป็นศัพท์รู้ได้ง่าย.

บทว่า อมฺพเร อนิลายเน มีวิเคราะห์ว่า

ชื่อว่าวระ เพราะเป็นเครื่องป้องกันปกปิด.

ชื่อว่าอัมพระ เพราะไม่มีเครื่องป้องกันปกปิด.

อธิบายว่า อากาศคล้ายกับผ้าสีขาว.

ชื่อว่าอนิละ เพราะไม่มีที่แอบซ่อน ป้องกัน.

ชื่อว่าอายนะ เพราะมีฤทธิ์เป็นเครื่องไปได้รอบด้าน,

อนิละด้วย อายนะนั้นด้วย รวมเรียกว่า อนิลายนะ.

อธิบายว่า ทรงเนรมิตที่จงกรมในอากาศอันเป็นทางลมนั้น.

คำที่เหลือในที่ทุกแห่งมีเนื้อความง่ายทั้งนั้น. จบอรรถกถาปายาสทายกเถราปทาน

ที่มา: อรรถกถา ฉบับแปลไทย เล่มที่ ๓๒ ข้อ ๑๒๕ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๒. ปุปผถูปิยเถราปทาน (๑๒๒)กลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๒๑๓. เสเรยยกวรรคหัวข้อถัดไป๔. คันโธทกิยเถราปทาน (๑๒๔)