ก็ในเวลากลางวัน แม้แต่ความยิ้มแย้มก็ไม่ได้กระทำ. คนทั้งสองไม่เกี่ยวข้องกันด้วยอามิสทางโลก ไม่จัดแจงการงานตราบเท่าที่บิดามารดายังมีชีวิตอยู่ เมื่อบิดามารดากระทำกาละแล้ว จึงจัดแจง. สมบัติของมาณพมีมากมาย ผงทองคำที่เขาเพิกออกจากร่างกายแล้วทิ้งไปในวันหนึ่งเท่านั้น ควรได้ประมาณ ๑๒ ทะนานโดยทะนานมคธ. มาณพมีบึงใหญ่ติดเครื่องยนต์ ๖๐ แห่ง มีเนื้อที่ทำงาน ๑๒ โยชน์ มีบ้าน ๑๔ บ้านขนาดเมืองอนุราธปุระ มีพลช้าง ๑๔ กอง พลม้า ๑๔ กองและพลรถ ๑๔ กอง.

วันหนึ่ง เขาขี่ม้าตัวที่ประดับแล้วอันมหาชนแวดล้อม ไปยังสถานที่ทำการงานยืนอยู่ปลายนา เห็นพวกนกมีกาเป็นต้นดึงสัตว์ทั้งหลายมีไส้เดือนเป็นต้น ขึ้นมาจากที่แบะออกด้วยไถแล้วกินอยู่ จึงถามว่า พ่อทั้งหลาย นกเหล่านี้กินอะไร. บริวารชนบอกว่า ข้าแต่เจ้า มันกินไส้เดือน.

มาณพกล่าวว่า บาปที่พวกนกทำจะมีแก่ใคร. บริวารชนตอบว่า ข้าแต่เจ้าจะมีแก่ท่าน.

เขาจึงคิดว่า ถ้าบาปที่นกเหล่านี้ทำมีแก่เราละ ก็ทรัพย์ ๘๗ โกฏิจักทำอะไรแก่เรา การงาน ๑๒ โยชน์จักทำอะไร บึงติดเครื่องยนต์จักทำอะไร และบ้าน ๑๔ บ้านจักทำอะไร, เราจักมอบสมบัติทั้งหมดนี้แก่นางภัททากาปิลานี แล้วจักออกบวช.

เล่มที่ ๓๒ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑๑,๐๖๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. มหากัสสปเถราปทาน (๓)”