คนทั้งสองกล่าวว่า นี่แน่ะพนาย เราทั้งสองบวชด้วยเห็นว่า ภพทั้งสามเป็นประดุจบรรณศาลาอันไฟติดทั่วแล้ว ถ้าเราทั้งสองจะทำท่านทั้งหลาย แต่ละคนให้เป็นไทไซร้ แม้ร้อยปีก็ไม่พอ ท่านทั้งหลายจงชำระศีรษะของพวกท่าน แล้วจงเป็นไทเลี้ยงชีวิตอยู่เถิด.

เมื่อทาสเหล่านั้นร้องไห้อยู่นั่นแหละได้พากันหลีกไปแล้ว.

พระเถระเดินไปข้างหน้าหันกลับมามองดู พลางคิดว่า นางภัททากาปิลานีนี้เป็นหญิงมีค่าควรแก่ชมพูทวีปทั้งสิ้น เดินมาข้างหลังเรา. ก็ข้อที่ใครๆ จะพึงคิดอย่างนี้ว่า คนเหล่านี้แม้บวชแล้วก็ไม่อาจเว้นจากกัน กระทำกรรมอันไม่สมควร เป็นฐานะที่จะมีได้. จึงยังความคิดให้เกิดขึ้นว่า ใครๆ พึงประทุษร้ายด้วยใจอันลามกอย่างนี้แล้ว พึงทำอบายให้เต็ม ดังนี้ พลางเดินไปข้างหน้า เห็นทางสองแพร่งจึงได้หยุดอยู่ที่ต้นทางนั้น.

ฝ่ายนางภัททามาถึงจึงไหว้แล้วได้ยืนอยู่.

เล่มที่ ๓๒ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑๑,๐๖๘

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. มหากัสสปเถราปทาน (๓)”