เมื่อจะแสดงความใหญ่มหึมาของพระเจดีย์นั้น จึงกล่าวคำว่า อคฺคิกฺขนฺโธว ดังนี้เป็นต้น.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อคฺคิกฺขนฺโธว เชื่อมความว่า พระเจดีย์นั้นย่อมส่องแสงด้วยรัตนะ ๗ ประการเหมือนกองไฟโพลงอยู่ในอากาศ สว่างไสวคือโชติช่วงตลอดจตุรทิศคือทิศทั้งสี่ เหมือนต้นพญารังบานคือมีดอกบาน และเหมือนสายรุ้งในอากาศ.

บทว่า ตตฺถ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา เชื่อมความว่า เรายังจิตคือใจให้เลื่อมใส คือทำความโสมนัสในห้องบรรจุพระธาตุอันโชติช่วงผู้นั้น แล้วทำกุศลคือบุญเป็นอันมาก คือมีประการต่างๆ ด้วยความเลื่อมใสแห่งจิตนั้น ได้ระลึกถึงบุญกรรมอย่างนี้ว่า เราได้ทำบุญมีประมาณเท่านี้ ในห้องบรรจุพระธาตุ และในพระศาสนา ตายแล้วจึงเข้าถึงคือเกิดยังไตรทศ คือภพดาวดึงส์เหมือนหลับแล้วตื่นขึ้นฉะนั้น.

เมื่อจะประกาศสมบัติของตนที่ได้ในเทวโลกที่เกิดขึ้น จึงกล่าวคำมีอาทิว่า สหสฺสยุตฺตํ ดังนี้.

เล่มที่ ๓๒ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑๑,๐๗๘

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. มหากัสสปเถราปทาน (๓)”