ท่านเสวยสมบัติในเทวโลกและมนุษยโลกไปๆ มาๆ ด้วยบุญเหล่านั้น ครั้งหนึ่งบังเกิดในกำเนิดมนุษย์ ได้ถวายภัตเจือน้ำนมแก่พระปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่ง.

ท่านบำเพ็ญบุญในภพนั้นๆ อย่างนี้ ท่องเที่ยวไปในสุคตินั่นเอง ในพุทธุปบาทกาลนี้ ถือปฏิสนธิในท้องของหญิงเข็ญใจคนหนึ่งในกรุงสาวัตถี ด้วยผลอันไหลออกแห่งกรรมในก่อน. นางบริหารครรภ์ตลอด ๑๐ เดือน เมื่อครรภ์แก่ ในเวลาคลอดไม่สามารถจะคลอด ท่านได้ถึงความสลบ นอนเหมือนตายไปหลายเวลา.

พวกญาตินำนางไปสู่ป่าช้าด้วยสำคัญว่าตายแล้ว ยกขึ้นสู่จิตกาธาน เมื่อพายุฝนตั้งขึ้น ด้วยอานุภาพของเทวดาจึงไม่ได้จุดไฟ พากันหลีกไป. ทารกเป็นผู้ไม่มีโรคออกจากท้องมารดาด้วยอานุภาพแห่งเทวดานั้นเอง เพราะเธอเกิดในภพสุดท้าย.

ฝ่ายมารดาได้ทำกาละแล้ว. เทวดาเข้ามาด้วยรูปเป็นมนุษย์พาเด็กนั้นไปวางไว้ในเรือนของคนเฝ้าป่าช้า เลี้ยงดูด้วยอาหารอันสมควรตลอดเวลาเล็กน้อย. เบื้องหน้าแต่นั้น คนเฝ้าป่าช้ากระทำให้เป็นเหมือนบุตรของตนให้เจริญแล้ว. ท่านเมื่อเจริญอย่างนั้น เที่ยวเล่นกับเด็กชื่อว่าสุปปิยะ อันเป็นบุตรของคนเฝ้าป่าช้านั้น.

เล่มที่ ๓๒ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑๑,๓๕๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๙. โสปากเถราปทาน (๑๙)”