ท่านแม้เป็นพระอรหัตต์แล้ว ก็ได้แสดงเมตตาภาวนาวิธีแก่ภิกษุในป่าช้าเหล่าอื่น จึงได้กล่าวคาถาว่า ยถาปิ เอกปุตฺตสฺมึ ดังนี้เป็นต้น.

ท่านกล่าวคำอธิบายไว้ว่า

มารดาและบิดาพึงเป็นผู้มีความฉลาด แสวงหาประโยชน์เกื้อกูลโดยส่วนเดียวในบุตรน้อยคนเดียวผู้เป็นที่รักที่ชอบใจ ฉันใด พึงเป็นผู้มีความฉลาดในสัตว์ทั้งปวงผู้สถิตอยู่ในทิศทั้งปวงต่างด้วยทิศตะวันออกเป็นต้น หรือในภพทั้งปวงต่างด้วยกามภพเป็นต้น แม้ในสถานที่มั่งคงทั้งปวงต่างด้วยคนหนุ่มเป็นต้นฉันนั้น ไม่กระทำเขตแดนว่า มิตร ผู้เป็นกลาง ผู้เป็นข้าศึก พึงเจริญเมตตามีรสเป็นอันเดียวกันในที่ทุกสถาน ด้วยอำนาจความแตกต่างแห่งเขตแดน.

ก็แลครั้นกล่าวคาถานี้แล้วได้ให้โอวาทว่า ถ้าท่านผู้มีอายุทั้งหลายพึงเจริญเมตตาอย่างนี้ไซร้ และอานิสงส์เมตตา ๑๑ อย่างที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสโดยนัยมีอาทิว่า ย่อมหลับเป็นสุข ดังนี้ ท่านทั้งหลายจงเป็นผู้มีส่วนแห่งอานิสงส์ของเมตตา ๑๑ อย่างนั้นโดยส่วนเดียว.

เล่มที่ ๓๒ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑๑,๓๕๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๙. โสปากเถราปทาน (๑๙)”