ท่านทำกาละจากอัตภาพนั้นแล้ว จึงเสวยสุขในเทวโลก ๖ ชั้นมีชั้นดุสิตเป็นต้น ครั้นต่อมาเสวยสมบัติในมนุษย์ทั้งหลาย.

ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูล มีนามาภิไธยอันมารดาบิดาตั้งให้ว่า นาคสมาละ เพราะมีร่างกายเสมือนกับใบอ่อนแห่งไม้กากะทิง เลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคเจ้า บวชไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.

ภายหลังท่านระลึกบุพกรรมของตนแล้วเกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า อาปาฏลึ อหํ ปุปฺผํ ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อาปาฏลึ ความว่า เราได้ถือเอาดอกแคฝอยโดยรอบหรือโดยเอื้อเฟื้อ ยกขึ้นบูชาบนพระสถูป.

เล่มที่ ๓๒ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑๑,๖๒๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. นาคสมาลเถราปทาน (๗๑)”