ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านจุติจากอัตภาพนั้นแล้ว ท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เสวยสมบัติทั้งสอง เป็นผู้อันเขาบูชาแล้วในที่ทั้งปวง ในภพที่ตนเกิดแล้วๆ.

ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูล บรรลุนิติภาวะแล้ว เลื่อมใสในพระศาสดา ด้วยกำลังแห่งวาสนาของตน บวชในพระศาสนาไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์ เห็นบุพกรรมของตนด้วยทิพยจักษุ เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า สุวณฺณวณฺณํ สมฺพุทฺธํ ดังนี้.

คำนั้นมีอรรถดังกล่าวแล้วในหนหลังแล.

บทว่า สตรํสีว ภาณุมํ ความว่า รังสีคือรัศมี มีประมาณ ๑๐๐ คือมีร้อยเป็นประมาณ ของพระอาทิตย์ใดมีอยู่ พระอาทิตย์นั้น ชื่อว่ามีรัศมีกำหนดตั้งร้อย. ท่านกล่าว สตรํสี เพื่อสะดวกแก่การประพันธ์คาถา.

เล่มที่ ๓๒ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑๑,๗๖๒

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๐. เรณุปูชกเถราปทาน (๑๑๐)”