ในคำว่า ตถาคตํ เชตวเน วสนฺตํ นั้น มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.

ผู้ประทับอยู่ในวิหารอันมีชื่ออย่างนั้น เนื่องด้วยพระนามของเชตกุมาร โดยอิริยาบถวิหารทั้ง ๔ หรือโดยทิพวิหาร พรหมวิหารและอริยวิหาร พระพุทธเจ้าทั้งหลายที่มีในกาลก่อนมีพระวิปัสสีเป็นต้น ทรงบำเพ็ญบารมี ๓๐ ทัศแล้วเสด็จมาโดยประการใด พระผู้มีพระภาคเจ้าแม้ของเราทั้งหลายก็เสด็จมาแล้วโดยประการนั้น เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่าพระตถาคต. เชื่อมความหมายว่า พระตถาคตพระองค์นั้นประทับอยู่ในพระเชตวันวิหาร.

บทว่า เวเทหมุนี ความว่า พระเทวีผู้เกิดแคว้นเวเทหะ จึงชื่อว่าเวเทหี, โอรสของพระนางเวเทหี จึงชื่อว่าเวเทหิบุตร.

ญาณ ท่านเรียกว่าโมนะ ท่านผู้ไป คือดำเนินไป ได้แก่เป็นไปด้วยโมนะนั้น เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่ามุนี. มุนีนั้นด้วย โอรสของพระนางเวเทหีด้วย เพราะเหตุนั้น ควรจะกล่าวว่า เวเทหิปุตตมุนี กลับกล่าวว่า เวเทหมุนี เพราะแปลง อิ เป็น อ และลบ ปุตฺต ศัพท์เสีย โดยนิรุกตินัย มีอาทิว่า วณฺณาคโม ลงตัวอักษรใหม่.

เล่มที่ ๓๒ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑๕๐๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. ปัจเจกพุทธาปทาน”