บทว่า อปริโยสิตสงฺกปฺโป ความว่า ผู้มีความดำริยังไม่ถึงที่สุดแห่งความปรารถนาที่ปรารถนาไว้ว่า เราพึงเป็นอัครสาวกของพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งในอนาคต. เราท่องเที่ยวคือหมุนไปรอบๆ ในท่าอันผิดคือในทางที่ไม่ควรไป.

อธิบายว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ คือข้าแต่พระโคดมผู้เจริญที่สุดในโลก เพราะอาศัยคือเพราะได้บรรลุทัสสนะของพระองค์ ความดำริของข้าพระองค์คือความปรารถนาของข้าพระองค์จึงเต็มแล้ว คือบริบูรณ์แล้วด้วยการบรรลุอรหัตมรรค คือด้วยการบรรลุสาวกบารมีญาณ.

บทว่า ปฐวิยํ ปติฏฺฐาย ความว่า ต้นไม้ที่เกิดบนแผ่นดิน ย่อมบานคือแย้มบานในสมัย คือในฤดูเหมันต์. กลิ่นทิพย์คือกลิ่นหอมย่อมฟุ้งคือฟุ้งตลบไป ย่อมยังสัตว์ทั้งปวงคือยังเทวดาและมนุษย์ทั้งปวงให้ยินดี คือกระทำให้ประกอบด้วยโสมนัสฉันใด.

ในบทว่า ตเถวาหํ มหาวีร เชื่อมความว่า ข้าแต่พระองค์ผู้มีความเพียรใหญ่ คือผู้มีพระโอรสในศากยตระกูลเป็นมหาบริวาร ข้าพระองค์ตั้งอยู่เฉพาะแล้วในศาสนาของพระองค์ จึงหาคือแสวงหาสมัยคือกาลเพื่อจะบาน คือเพื่อแย้มบานด้วยอรหัตมรรคญาณฉันนั้นเหมือนกัน.

เล่มที่ ๓๒ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑๙๔๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. สารีปุตตเถราปทาน (๑)”