พวกเขานั่งอยู่อย่างนั้นมีทิฏฐิต่างๆ กัน คือมีการถือทัสสนะมิใช่น้อย กล่าวต่างๆ กัน เกิดแคลงใจ วิวาทกันอยู่ เพื่อจะตัดความสงสัย คือเพื่อต้องการจะตัดความรู้ผิดของพวกเขา พระองค์ผู้เป็นมุนีทรงฉลาดในข้ออุปมา คือทรงมีความชำนาญในอุปมาอุปไมย ทรงทราบจิตคือทรงทราบการเที่ยวไปแห่งจิตของสัตว์ทั้งปวง ตรัสปัญหาเดียวเท่านั้นก็ตัดความเคลือบแคลงสงสัยของสัตว์ทั้งหลายผู้นั่งอยู่ในห้องแห่งจักรวาลทั้งสิ้นเสียได้ คือทรงกระทำให้หมดความสงสัย โดยการตรัสปัญหาเดียวเท่านั้น.

บทว่า อุปทิสสทิเสเหว นี้ มีวิเคราะห์ดังต่อไปนี้.

ชื่อว่าอุปทิสะ เพราะเขาเห็นกัน คือเป็นของปรากฏอยู่บนน้ำ ได้แก่พวกจอกแหน. ผู้เช่นกับพวกจอกแหน ชื่อว่าอุปทิสสทิสา ได้แก่พวกมนุษย์.

เหมือนอย่างว่า อุปทิสะ คือจอกแหนทั้งหลายทำน้ำไม่ให้ปรากฏ แผ่ตั้งอยู่บนน้ำนั้นฉันใด พสุธาคือแผ่นดินก็ฉันนั้น พึงเต็มด้วยพวกมนุษย์ผู้เช่นกับจอกแหนนั้นนั่นแหละผู้ยืนแผ่ติดๆ กันไป.

เล่มที่ ๓๒ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑๙๕๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. สารีปุตตเถราปทาน (๑)”