@ ๔ วิสุทฺธิ. ๒/๒๓๕ (สฺยา). ทีเปตพฺโพ.:- เอกสฺมึ กิร สมเย อนาถปิณฺฑิโก คหปติ ภควโต ธมฺมเทสนํ สุตฺวา "เสฺว ภนฺเต ปญฺจหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ มยฺหํ เคเห ภิกฺขํ คณฺหถา"ติ นิมนฺเตตฺวา ปกฺกามิ. ตํทิวสญฺจ ภควโต ปจฺจูสสมเย ทสสหสฺสิโลกธาตุํ โอโลเกนฺตสฺส นนฺโทปนนฺโท นาม นาคราชา ญาณมุเข อาปาถํ อาคจฺฉิ. ภควา "อยํ นาคราชา มยฺหํ ญาณมุเข อาปาถํ อาคจฺฉติ, กึ นุ โข ภวิสฺสตี"ติ อาวชฺเชนฺโต สรณคมนสฺส อุปนิสฺสยํ ทิสฺวา "อยํ มิจฺฉาทิฏฺฐิโก ตีสุ รตเนสุ อปฺปสนฺโน, โก นุ โข อิมํ มิจฺฉาทิฏฺฐิโต วิโมเจยฺยา"ติ. อาวชฺเชนฺโต มหาโมคฺคลฺลานตฺเถรํ อทฺทส. ตโต ปภาตาย รตฺติยา สรีรปฏิชคฺคนํ กตฺวา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อามนฺเตสิ "อานนฺท ปญฺจนฺนํ ภิกฺขุสตานํ อาโรเจหิ `ตถาคโต เทวจาริกํ คจฺฉตี'ติ"ตํทิวสญฺจ นนฺโทปนนฺทสฺส อาปานภูมึ สชฺชยึสุ. โส ทิพฺพรตนปลฺลงฺเก ทิพฺเพน เสตจฺฉตฺเตน ธาริยมาโน ติวิธนาฏเกหิ เจว นาคปริสาย จ ปริวุโต ทิพฺพภาชเนสุ อุปฏฺฐาปิตอนฺนปานํ โอโลกยมาโน นิสินฺโน โหติ. อถ โข ภควา ยถา นาคราชา ปสฺสติ, ตถา กตฺวา ตสฺส วิมานมตฺถเกเนว ปญฺจหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ ตาวตึสเทวโลกาภิมุโข ปายาสิ.

เตน โข ปน สมเยน นนฺโทปนนฺทสฺส นาคราชสฺส เอวรูปํ ปาปกํ ทิฏฺฐิคตํ อุปฺปนฺนํ โหติ "อิเม หิ นาม มุณฺฑสมณกา อมฺหากํ อุปริภวเนน เทวานํ ตาวตึสานํ ภวนํ ปวิสนฺติปิ นิกฺขมนฺติปิ, น ทานิ อิโต ปฏฺฐาย อิเมสํ อมฺหากํ มตฺถเก ปาทปํสุํ โอกิรนฺตานํ คนฺตุํ ทสฺสามี"ติ อุฏฺฐาย สิเนรุปาทํ คนฺตฺวา ตํ อตฺตภาวํ วิชหิตฺวา สิเนรุํ สตฺตกฺขตฺตุํ โภเคหิ ปริกฺขิปิตฺวา อุปริ ผณํ กตฺวา ตาวตึสภวนํ อวกุชฺเชน ผเณน ปริคฺคเหตฺวา อทสฺสนํ คเมสิ.

อถ โข อายสฺมา รฏฺฐปาโล ภควนฺตํ เอตทโวจ "ปุพฺเพ ภนฺเต อิมสฺมึ ปเทเส ฐิโต สิเนรุํ ปสฺสามิ, สิเนรุปริภณฺฑํ ปสฺสามิ, ตาวตึสํ ปสฺสามิ. เวชยนฺตํ ปสฺสามิ, เวชยนฺตสฺส ปาสาทสฺส อุปริธชํ ปสฺสามิ. โก นุ โข ภนฺเต เหตุ, โก ปจฺจโย, ยํ เอตรหิ เนว สิเนรุํ ปสฺสามิ ฯเปฯ น เวชยนฺตสฺส ปาสาทสฺส อุปริธชํ ปสฺสามี"ติ. อยํ รฏฺฐปาล นนฺโทปนนฺโท นาม นาคราชา ตุมฺหากํ กุปิโต สิเนรุํ สตฺตกฺขตฺตุํ โภเคหิ ปริกฺขิปิตฺวา อุปริ ผเณน ปฏิจฺฉาเทตฺวา อนฺธการํ กตฺวา ฐิโตติ. ทเมมิ นํ ภนฺเตติ. น ภควา นํ อนุชานิ. อถ โข อายสฺมา ภทฺทิโย, อายสฺมา ราหุโลติ อนุกฺกเมน สพฺเพปิ ภิกฺขู อุฏฺฐหึสุ. น ภควา อนุชานิ.

เล่มที่ ๓๒ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑๕๗๔

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. มหาโมคคัลลานเถราปทาน (๒)”