ภควาปิ คนฺธกุฏิโต นิกฺขมิตฺวา ปญฺญตฺตาสเน นิสีทิ. ราชปุตฺโต สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ปฏิสนฺถาวํ กตฺวา อยํ ภนฺเต เถโร ตุมฺหากํ สาสเน วลฺลโภ มญฺเญติ. อาม กุมาร วลฺลโภติ. กึ กตฺวา ภนฺเต เอส วลฺลโภติ. ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กตฺวาติ. "ภควา อหมฺปิ อยํ เถโร วิย อนาคเต พุทฺธสาสเน วลฺลโภ โหตุกาโม"ติ โส พุทฺธปฺปมุขสฺส สํฆสฺส สตฺตาหํ ขนฺธาวาเร ภตฺตํ ทตฺวา สตฺตเม ทิวเส "ภนฺเต มยา ปิตุ สนฺติกา ตุมฺหากํ เตมาสํ ปฏิชคฺคนวโร ลทฺโธ, เตมาสํ มม ๔- วสฺสาวาสํ อธิวาเสถา"ติ วตฺวา สตฺถุ อธิวาสนํ วิทิตฺวา สปริวารํ ภควนฺตํ คเหตฺวา โยชเน โยชเน สตฺถุ ภิกฺขุสํฆสฺส จ วสนานุจฺฉวิเก วิหาเร กาเรตฺวา ตตฺถ ตตฺถ วสาเปนฺโต

"สตสหสฺเสน เม กีตํ สตสหสฺเสน การิตํ

โสภนํ นาม อุยฺยานํ ปฏิคฺคณฺห มหามุนี"ติ อุทกํ ปาเตสิ. โส วสฺสูปนายิกทิวเส สตฺถุ มหาทานํ ปวตฺเตตฺวา "อิมินา วิหาเรน ทานํ ทเทยฺยาถา"ติ ปุตฺตทาเร อมจฺเจ จ ทาเน กิจฺจกรเณ จ นิโยเชตฺวา สยํ สุมนตฺเถรสฺส วสนฏฺฐานสมีเปเยว วสนฺโต เอวํ อตฺตโต วสนฏฺฐาเน สตฺถารํ เตมาสํ อุปฏฺฐหิ. อุปกฏฺฐาย ปน ปวารณาย คามํ ปวิสิตฺวา สตฺตาหํ มหาทานํ ปวตฺเตตฺวา สตฺตเม ทิวเส สตฺถุ ภิกฺขุสํฆสฺส จ ปาทมูเล ติจีวเร ฐเปตฺวา วนฺทิตฺวา "ภนฺเต ยเทตํ มยา ขนฺธาวารโต ปฏฺฐาย ปุญฺญํ กตํ, น ตํ สกฺกสมฺปตฺติอาทีนํ อตฺถาย กตํ, อถ โข อหมฺปิ สุมนตฺเถโร วิย อนาคเต เอกสฺส พุทฺธสฺส อุปฏฺฐาโก วลฺลโภ ภเวยฺยนฺ"ติ ปตฺถนํ อกาสิ. สตฺถา ตสฺส อนนฺตรายตํ ทิสฺวา พฺยากริตฺวา ปกฺกามิ.

เล่มที่ ๓๒ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑๖๗๐

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๒. อานันทเถราปทาน (๑๐)”