สตฺถา "สมิชฺฌิสฺสติ นุ โข อิมสฺส ตาปสสฺส ปตฺถนา"ติ อนาคตํสญาณํ เปเสตฺวา โอโลเกนฺโต กปฺปสตสหสฺสํ อติกฺกมิตฺวา สมิชฺฌนกภาวํ ทิสฺวา "ตาปส น เต อยํ ปตฺถนา โมฆํ ภวิสฺสติ, อนาคเต กปฺปสตสหสฺสํ อติกฺกมิตฺวา โคตโม นาม พุทฺโธ อุปฺปชฺชิสฺสติ, ตสฺส สนฺติเก สมิชฺฌิสฺสตี"ติ ธมฺมกถํ กเถตฺวา ภิกฺขุสํฆปริวุโต อากาสํ ปกฺขนฺทิ. นนฺทตาปโส ยาว จกฺขุปถํ น สมติกฺกมติ. ตาว สตฺถุ ภิกฺขุสํฆสฺส จ อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา อฏฺฐาสิ. โส อปรภาเค กาเลน กาลํ สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา ธมฺมํ สุณิตฺวา อปริหีนชฺฌาโนว กาลํ กตฺวา พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺโต. ตโต ปน จุโต อปรานิปิ ปญฺจ ชาติสตานิ ปพฺพชิตฺวา อารญฺญโกว อโหสิ, กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺธกาเลปิ ปพฺพชิตฺวา อารญฺญโก หุตฺวา คตปจฺจาคตวตฺตํ ปูเรสิ. เอตํ กิร วตฺตํ อปริปูเรตฺวา มหาสาวกภาวํ ปาปุณนฺตา นาม นตฺถิ, คตปจฺจาคตวตฺตํ ปน อาคมฏฺฐกถาสุ ๑- วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. โส วีสติวสฺสสหสฺสานิ คตปจฺจาคตวตฺตํ ปูเรตฺวา กาลํ กตฺวา ตาวตึสเทวโลเก นิพฺพตฺติ.

เอวํ โส ตาวตึสภวเน อปราปรํ อุปฺปชฺชนวเสน ทิพฺพสมฺปตฺตึ อนุภวิตฺวา ตโต จุโต มนุสฺสโลเก อเนกสตกฺขตฺตุํ จกฺกวตฺติราชา ปเทสราชา จ หุตฺวา อุฬารํ มนุสฺสสมฺปตฺตึ อนุภวิตฺวา อมฺหากํ ภควโต อุปฺปนฺนกาเล สาวตฺถิยํ สุมนเสฏฺฐิสฺส เคเห อนาถปิณฺฑิกสฺส กนิฏฺโฐ หุตฺวา นิพฺพตฺติ, สุภูตีติสฺส นามํ อโหสิ.

เตน จ สมเยน อมฺหากํ ภควา โลเก อุปฺปชฺชิตฺวา ปวตฺติตวรธมฺมจกฺโก อนุปุพฺเพน ราชคหํ คนฺตฺวา ตตฺถ เวฬุวนปฏิคฺคหณาทินา โลกานุคฺคหํ กโรนฺโต ราชคหํ อุปนิสฺสาย สีตวเน วิหาสิ. ตทา อนาถปิณฺฑิโก เสฏฺฐิ สาวตฺถิยํ อุฏฺฐานกํ ภณฺฑํ คเหตฺวา อตฺตโน สหายสฺส ราชคหเสฏฺฐิโน เคหํ คนฺตฺวา พุทฺธุปฺปาทํ สุตฺวา สตฺถารํ สีตวเน วิหรนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ปฐมทสฺสเนเนว โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาย สตฺถารํ สาวตฺถึ อาคมนตฺถาย ยาจิตฺวา ตโต ปญฺจจตฺตาฬีสโยชเน มคฺเค โยชเน โยชเน สตสหสฺสปริจฺจาเคน วิหาเร ปติฏฺฐาเปตฺวา สาวตฺถิยํ อฏฺฐกรีสปฺปมาณํ เชตสฺส กุมารสฺส อุยฺยานภูมึ โกฏิสนฺถาเรน กิณิตฺวา ตตฺถ ภควโต วิหารํ กาเรตฺวา อทาสิ. วิหารมหทิวเส อยํ สุภูติกุฏุมฺพิโก อนาถปิณฺฑิกเสฏฺฐินา สทฺธึ คนฺตฺวา ธมฺมํ สุณนฺโต สทฺธํ ปฏิลภิตฺวา ปพฺพชิ. โส อุปสมฺปนฺโน เทฺว มาติกา ปคุณา กตฺวา กมฺมฏฺฐานํ กถาเปตฺวา อรญฺเญ สมณธมฺมํ กโรนฺโต เมตฺตาฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา ตํ ปาทกํ กตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ.

เล่มที่ ๓๒ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑๗๔๖

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. สุภูติเถราปทาน (๒๑)”