ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๓
  6. /
  7. …
  8. /
  9. จริยาปิฎก
  10. /
  11. การบำเพ็ญทานบารมี
  12. /
  13. ๘. สีวีราชจริยา

๘. สีวีราชจริยา

เล่มที่ ๓๓ · ข้อ ๒๑๖ · บรรทัด ๘๗๖๒

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๘. สิวิราชจริยา

ว่าด้วยพระจริยาของพระเจ้าสิวิ

[๕๑]

ในกาลที่เราเป็นกษัตริย์นามว่าสิวิ

อยู่ในกรุงชื่ออริฏฐะ เรานั่งอยู่ในปราสาทที่ประเสริฐ

ได้คิดอย่างนี้ว่า

[๕๒]

“ทานในมนุษยโลกอย่างใดอย่างหนึ่ง

ที่เราไม่ได้ให้แล้วไม่มี แม้ผู้ใดพึงขอจักษุกะเรา

เราก็พึงให้แก่ผู้นั้นได้ไม่หวั่นไหว

[๕๓]

ท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่กว่าทวยเทพ

ทรงทราบความดำริของเราแล้ว

ประทับนั่งในเทพบริษัทได้ตรัสพระดำรัสนี้ว่า

[๕๔]

‘พระเจ้าสิวิพระองค์นั้นผู้ทรงมีฤทธิ์มาก

ประทับนั่งในปราสาทที่ประเสริฐ

ทรงดำริถึงทานต่างๆ ไม่ทรงเห็นสิ่งที่ยังมิได้ให้

[๕๕]

ข้อนั้นจะเป็นจริงหรือไม่หนอ เอาเถอะ

เราจักทดลองพระองค์ดู ท่านทั้งหลายพึงคอยเราสักครู่หนึ่ง

เพียงเราทราบความจริงใจของพระเจ้าสิวิเท่านั้น’

[๕๖]

ท้าวสักกะจึงแปลงร่างเป็นคนตาบอด มีกายสั่น

ศีรษะหงอก หนังย่น กระสับกระส่ายเพราะความชรา

เข้าเฝ้าพระราชา

[๕๗]

ครั้งนั้น อินทพราหมณ์นั้นประคองแขนทั้งซ้ายและขวา

ประนมมือขึ้นเหนือศีรษะได้กล่าวคำนี้ว่า

[๕๘]

‘ข้าแต่พระมหาราชผู้ทรงธรรม ทรงปกครองแคว้นให้เจริญ

ข้าพระองค์จะขอรับบริจาคทานกะพระองค์

เกียรติคุณคือความยินดีในทานของพระองค์

ฟุ้งขจรไปในเทวดาและมนุษย์

[๕๙]

นัยน์ตาแม้ทั้ง ๒ ข้างของข้าพระองค์ถูกโรคขจัดบอดเสียแล้ว

ขอพระองค์จงพระราชทานพระเนตรข้างหนึ่งแก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด

แม้พระองค์ก็ทรงยังอัตภาพให้เป็นไปได้ด้วยพระเนตรข้างหนึ่ง’

[๖๐]

เราได้ฟังคำของพราหมณ์นั้นแล้ว ทั้งยินดีและตื่นเต้น

ประนมมือ เกิดปีติปราโมทย์ ได้กล่าวคำนี้ว่า

[๖๑]

‘เราคิดแล้ว ลงจากปราสาทมาถึงที่นี้เดี๋ยวนี้เอง

ท่านรู้จิตของเราแล้วมาขอนัยน์ตา

[๖๒]

โอ! ความปรารถนาของเราสำเร็จแล้ว

ความดำริของเราบริบูรณ์แล้ว วันนี้

เราจักให้ทานอันประเสริฐ ซึ่งเรายังไม่เคยให้แก่พวกยาจก

[๖๓]

มานี่แน่ะหมอสิวิกะ จงขมีขมันอย่าชักช้า

อย่าครั่นคร้าม จงควักนัยน์ตาทั้ง ๒ ข้างออกให้แก่วณิพกไปเถิด’

[๖๔]

หมอสิวิกะนั้นถูกเราเตือนแล้ว เชื่อฟังคำของเรา

ได้ควักนัยน์ตาทั้ง ๒ ออกให้แก่ยาจก

เหมือนคนควักจาวตาล

[๖๕]

เมื่อเราจะให้ทานก็ดี กำลังให้ทานก็ดี ให้ทานแล้วก็ดี

จิตของเราไม่เป็นอย่างอื่น เพราะเหตุแห่งพระโพธิญาณเท่านั้น

[๖๖]

จักษุทั้ง ๒ เป็นที่น่าเกลียดชังสำหรับเราก็หาไม่

แม้ตัวเราเองจะเป็นที่เกลียดชังก็หาไม่

แต่พระสัพพัญญุตญาณเป็นที่รักของเรา

เพราะฉะนั้น เราจึงได้ให้จักษุ ฉะนี้แล

สิวิราชจริยาที่ ๘ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๗. จันทกุมารจริยากลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๓การบำเพ็ญทานบารมีหัวข้อถัดไป๙. เวสสันตรจริยา