บทว่า สุผุลฺลํ สาลราชํว เชื่อมความกับบทว่า อาโลก อย่างนี้ว่า ท่านพระสารีบุตรตรวจดูพระทศพลผู้เป็นดังต้นพระยาสาลพฤกษ์ ซึ่งมีศีลเป็นราก มีสมาธิเป็นลำต้น มีปัญญาเป็นกิ่ง มีอภิญญาเป็นดอก มีวิมุตติเป็นผล เหมือนต้นพระยาสาละมีลำต้นกลมกลึง มีกิ่งประดับด้วยตาตูมผลใบอ่อนและหน่อที่อวบขึ้นดก มีดอกบานสะพรั่งทั่วต้น.
บทว่า จนฺทํว คคเน ยถา ความว่า ตรวจดูพระมุนีผู้ประเสริฐดังดวงจันทร์ ผู้ทำการกำจัดความมืดคือกิเลสทั้งปวง ผู้ทำความแย้มแก่ดงโกมุทคือเวไนยชน ดุจดวงจันทร์เต็มดวงในฤดูสารทอันห้อมล้อมด้วยหมู่ดาว หลุดพ้นจากอุปสรรค คือ หมอก หิมะ ควัน ละอองและราหู.
บทว่า ยถา เป็นเพียงนิบาต.
บทว่า มชฺฌนฺหิเกว สูริยํ ความว่า รุ่งโรจน์อยู่ดุจดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงเป็นช่อชั้น ด้วยสิริเวลาเที่ยงวัน.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที