ใช้ในอรรถว่าควรแก่วินัย ได้ในบาลีนี้ว่า กปฺโป นฏฺโฐ โหติ กปฺป กโตกาโส ชิณฺโณ โหติ ความสมควรแก่วินัย ก็เสียไป โอกาสที่จะทำให้สมควรแก่วินัย ก็เก่าไป.

แต่ในที่นี้ พึงเห็นว่าใช้ในอรรถว่ามหากัป. เพราะฉะนั้น บทว่า กปฺเปจ สตสหสฺเส จึงมีความว่า แห่งแสนมหากัป.

ในคำว่า จตุโร จ อสงฺขิเย พึงเห็นว่าต้องเติมคำที่เหลือว่า จตุนฺนํ อสงฺเขยฺยานํ มตฺถเก ความว่า ในที่สุดแห่งสี่อสงไขย กำไรแสนกัป.

บทว่า อมรํ นาม นครํ ได้แก่ ได้เป็นนครอันได้นามว่าอมร และอมรวดี แต่ในคำนี้ อาจารย์บางพวกพรรณนาเป็นประการอื่นไป, จะต้องการอะไรกับอาจารย์พวกนั้น. ก็คำนี้เป็นเพียงนามของนครนั้น.

เล่มที่ ๓๓ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒-พุทธวงศ์-จริยาปิฎก๑,๑๖๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “รัตนะจงกรมกัณฑ์”