ครั้งนั้น พวกชนชาวเมืองมีใจเปี่ยมแปร้ไปด้วยความเร่าร้อนเพราะภัย ก็เข้าไปยังซากกองกำแพงแห่งปราสาท เห็นพระยาช้างวิ่งแล่นมุ่งหน้าตรงพระตถาคต ก็ส่งเสียงร้อง ฮ้า! ฮ้า! ส่วนอุบาสกบางพวกเริ่มห้ามกันพญาช้างนั้น ด้วยวิธีการต่างๆ.

ลำดับนั้น คือพระพุทธนาคพระองค์นั้นทรงแลดูพญาช้างซึ่งกำลังมา มีพระหฤทัยเยือกเย็นด้วยพระกรุณาแผ่ไป ก็ทรงแผ่ พระเมตตาไปยังพญาช้างนั้น.

แต่นั้น พญาช้างเชือกนั้นก็มีสันดานประจำใจอันพระเมตตาที่ทรงแผ่ไปทำให้อ่อนโยนสำนึกรู้โทษและความผิดของตน ไม่อาจยืนต่อเบื้องพระพักตร์ของพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ด้วยความละอาย จึงหมอบจบเศียรเกล้าลงแทบเบื้องพระยุคลบาทของพระผู้มีพระภาคเจ้า ดุจแทรกเข้าไปในแผ่นปฐพี.

พญาช้างเชือกนั้นหมอบลงอย่างนั้นแล้ว เรือนร่างเสมือนกลุ่มหมอก ก็เจิดจ้า เหมือนก้อนเมฆสีเขียวครามเข้าไปใกล้ยอดภูเขาทองที่ฉาบด้วยแสงสนธยา.

เล่มที่ ๓๓ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒-พุทธวงศ์-จริยาปิฎก๒,๐๖๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๓. ปิยทัสสีพุทธวงศ์”