ความว่า ในกาลนั้น เราคิดว่ากองถ่านเพลิงนี้สามารถเผาร่างของเราได้ จึงโดดลงไปให้ร่างทั้งสิ้นเป็นทาน โดดลงในท่ามกลางกองถ่านเพลิงนั้นซึ่งอยู่ในระหว่างเปลวไฟ มีใจเบิกบานดุจพระยาหงส์โดดลงในกอประทุมฉะนั้น.

บทว่า ปวิฏฺฐํ ยสฺ กสฺสจิ น้ำเย็นอันผู้หนึ่งผู้ใดดำลงไป คือเหมือนในเวลาร้อน น้ำเย็นอันผู้หนึ่งผู้ใดดำลงไป ย่อมระงับความกระวนกระวายเดือดร้อนของผู้นั้นได้ คือให้เกิดความพอใจและปีติฉันใด.

บทว่า ตเถว ชลิตํ อคฺคึ เราเข้าไปในไฟที่ลุกโพลงก็ฉันนั้น คือในกาลเมื่อเราเข้าไปในกองถ่านเพลิงที่ลุกโพลงก็ฉันนั้น มิได้มีแม้แต่ความร้อน. โดยที่แท้ได้มีความระงับความกระวนกระวายเดือดร้อนทั้งปวง ด้วยความอิ่มในทาน. สรีราพยพทั้งหมดมีขนและหนังเป็นต้นของเราเข้าถึงความเป็นของควรให้เป็นทาน. ความปรารถนาที่เราปรารถนาไว้ได้ถึงความสำเร็จแล้ว.

ดังนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า

เล่มที่ ๓๓ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒-พุทธวงศ์-จริยาปิฎก๓,๑๑๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๐. สสปัณฑิตจริยา”